สถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ย
แห่งประเทศไทย 
อ.มาศ เคหาสน์ธรรม

 หน้าแรก
  • ความรู้เรื่องฮวงจุ้ย
  • กรณีศึกษาทางฮวงจุ้ย
  • รายละเอียดหลักสูตรที่สอน
  • กำหนดการในการสอน
  • ทัศนะของผู้ที่เคยมาเรียน
  • ซอฟแวร์เกี่ยวกับฮวงจุ้ย
  • ขอบข่ายเรื่องที่ให้คำปรึกษา
  • ประวัติ อ.มาศ
  • ติดต่อ อ.มาศ
  • จากใจท่านอาจารย์
  • ทิศร้ายประจำปี
  • รับบรรยายให้องค์กรต่างๆ
  • แผนที่อาคารทิปโก้
  • ฮวงจุ้ยสำหรับวัยรุ่น/หนุ่มสาว
  • ฮวงจุ้ยเศรษฐกิจประจำปี
  • หนังสือและVCDของ อ.มาศ
  • ความเข้าใจผิดเรื่องฮวงจุ้ย
  • บทสัมภาษณ์ของ อ.มาศ
  • รักษาสุขภาพด้วยภูมิปัญญาจีน
  • พบ อ.มาศทางทีวี
  • เรียนฮวงจุ้ยทางVDO
  • >>>เตือนภัยสำนักเถื่อน
  • English Article
  • แลกเปลี่ยนลิ้ง
  •  quick search

     

    News

      advanced  

     วิธีแลกลิงค์ : คัดลอกโค้ดข้างล่างนี้ไปใส่ไว้ในเว็บของท่าน  ส่งเมล์บอกลิงค์ของท่านมาที่ info@fengshui100.com

    หลักฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์ 100%

    โปรแกรมซอฟแวร์ทางฮวงจุ้ย

    English  Thai

    กำหนดการในการสอน
    ” หลักสูตร ฮวงจุ้ยขั้นสูง “ศาสตร์เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้า ภาค 3”
    สำหรับวิชาฮวงจุ้ยที่ได้รับการยอบรับจากซินแสทั่วโลกว่าใช้ได้ผลดีที่สุดเมื่อเทียบกับระบบวิชาของสำนักต่างๆที่มีกว่า 150 สำนัก ก็คือ...วิชาดาวเหิน หรือเสวียนคงเฟยสิง (XUAN KONG FAI SING) หรือสำหรับผู้ที่ชอบอ่านตำราภาษาอังกฤษ ก็จะใช้ชื่อว่า Flying Star Feng Shui ซึ่งคนที่สนใจก็สามารถที่จะใช้คำนี้เพื่อการสืบค้นใน Google ดูได้

    โดยปรมาจารย์ท่านแรกที่ได้มีจิตเมตตานำเอาเคล็ดวิชาดาวเหินออกมาเปิดเผยให้โลกรู้จัก ก็คือ อาจารย์เสิ่น ผู้ที่จะเรียนรู้วิชานี้จึงได้ควรที่จะศึกษาประวัติของท่านเอาไว้บ้าง ทางสถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ย แห่งประเทศไทยของเราจึงได้นำประวัติของท่านมาลงไว้ให้ได้รู้จักกันดังนี้...


    ปรมาจารย์เสิ่นซื่อ (ในภาษาแต้จิ๋วจะอ่านว่า “สิมสี”) ชื่อเต็มของท่านคือ เสิ่นจู๋เยิ่ง (สิมเต็กย้ง - MASTER SHEN ZHU RENG)

    ตำราฮวงจุ้ยที่แต่งชื่อ เสิ่นซื่อเสวียนคงเสวีย (สิมสีเหี่ยงคงฮัก - SHEN SHI XUAN KONG XUE)



    ชื่อของท่านคำว่า จู๋เยิ่ง (ZHU RENG) มีความหมายว่า ไม้ไผ่อวยพร เป็นชื่อที่ใช้ในการประพันธ์ เกิดที่เมือง เฉวียนถัง (จั่วตึ้ง - QUIANTANG) จังหวัด จือเจียง (เจียกกัง - ZHEJIANG) อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ไม่ไกลจากเซี่ยงไฮ้ ในปี1848 มีบิดาชื่อ กวนจุ้น (กัวจุ่ง - GUANZHUN) และมารดามาจากตระกูลสวี่ (โค้ว - XU) ท่านกำพร้าแม่ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ

    ขณะที่ท่านยังเด็ก ได้เกิดขบถไท้พิง ขึ้นในปีค.ศ.1845-1864 ซึ่งเป็นการต่อต้านราชวงศ์แมนจู และเป็นเหตุการณ์ที่มีผลต่อชีวิตของท่านเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนในครอบครัวถูกฆ่าถึง 7 ชีวิต ส่วนตัวท่านเองก็ถูกจับและบังคับให้เข้าร่วมกับกองทัพขบถ ต่อมาท่านได้หนีจากกองทัพ และได้พบกับชาวต่างชาติที่ชื่อ เฟอเดอริก วอร์ด (FERDERICK WARD) ซึ่งเป็นทหารอเมริกันที่มาฝึกวิธีการรบสมัยใหม่ให้กับทหารจีน ได้ช่วยรับอุปการะท่านไว้ และการที่ได้อยู่ที่นี่ท่านได้เรียนวิชาการทหารและฝึกฝนภาษาอังกฤษ

    แต่เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ.1826 มิสเตอร์วอร์ด(WARD) ถูกยิงเสียชีวิต ท่านจึงต้องจากครอบครัวที่อุปการะอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ.1863 ท่านได้มีโอกาสเข้าทำงานในด้านการแปลยุทธศาสตร์ทางด้านการทหารและวิธีการฝึกทหารใหม่กับ กัปตันชาร์ส กอร์ดอน (CHARLES GORDON) โดยมีผลงานแปลที่ชื่อว่า SAFE WESTERN DRILL METHODS จำนวน 6 ฉบับ รวมทั้งเขียนและแปลหนังสือที่ชื่อว่า ILLUSTRATED MANUAL OF LANDMINES, ILLUSTRATED MANUAL OF LIGHT ARTILLARY อีกอย่างละ 2 ฉบับ

    ขณะที่อายุ 16 ปีท่านได้ร่ำเรียนเกี่ยวกับฮวงจุ้ยจากอาจารย์หลายท่านและหลายสำนักที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เชื่อถือโดยทั้งหมดเป็นวิชาในกลุ่มสำนักของระบบซานเหอ (SAN HE) หรือซาฮะซี้เก็ก (แปลเป็นไทยว่า ไตรภาคี 4 ภาค) ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในสองกลุ่มสำนักของระบบวิชาฮวงจุ้ยที่ใช้สูตรในการคำนวณปราณ อันเป็นระบบที่ได้รับการยอมรับกันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในประเทศจีน

    ในช่วงนั้นอาจารย์เสิ่นไม่ได้ใส่ใจกับวิชาของอีกกลุ่มสำนักหนึ่ง ที่ชื่อว่า ซานหยวน หรือ ซำง้วง (แปลเป็นไทยว่า ไตรยุค) อันมีท่านเจี่ยงต้าหง (JING DAHONG) เป็นปรมาจารย์ผู้มีชื่อเสียงที่สุดในอดีตทางด้านวิชาฮวงจุ้ยในระบบนี้ และเป็นเจ้าของวลี “ฟ้าลิขิตไม่อาจเปิดเผย” โดยวิชาที่โดดเด่นที่สุดของกลุ่มสำนักซานหยวนมีชื่อว่า เฮี้ยงคงหรือเสวียนคง (XUAN KONG)

    ถึงแม้ว่าอาจารย์เสิ่นจะเคยอ่านบทความของท่านเจี่ยงต้าหง ที่ได้รจนาไว้ก่อนหน้านี้หลายร้อยปีก่อน แต่ในตอนนั้นท่านยังไม่เข้าใจและรู้สึกต่อต้านเป็นอย่างมาก เนื่องจาก อ.เจี่ยงต้าหง นิยมที่จะเขียนทุกสิ่งในคัมภีร์อย่างซ่อนแฝงและมีเงื่อนงำ

    ในภายหลัง อ.เสิ่นได้เดินทางกลับบ้านเกิดไปค้นหากระดูกของพ่อแม่ เพื่อที่จะจัดการฝังศพให้ในชัยภูมิฮวงจุ้ยที่ดีตามความรู้ที่ได้ศึกษามา แต่ก็ต้องพบกับความยากลำบากเป็นอย่างมาก และท้ายที่สุดก็ไม่สามารถบรรลุเจตนารมณ์ได้ ซึ่งมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมายดังพอที่จะสรุปได้ดังนี้ คือ



    เมื่อฤดูหนาวของปี ค.ศ.1871 ในขณะที่อายุได้ 23 ปี ท่านได้ค้นพบทำเลที่จะฝังศพซึ่งมีทัศนียภาพอันงดงามมากตามหลักวิชาฮวงจุ้ยที่ได้ร่ำเรียนมา โดยหน้าหันไปสู่ทิศใต้ - ภูมิเปี้ย(BING) และหลังอิงทิศเหนือ – ภูมิหยิม (REN) ซึ่งท่านจึงได้เชิญซินแซจำนวนมากจากสำนักซาฮะซี้เก็กมาช่วยวิเคราะห์และตัดสิน (ยกเว้นกลุ่มสำนักซำง้วงของปรมาจารย์เจี่ยงต้าหง) โดยทุกคนต่างก็ลงความเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่เป็นสุดยอด แต่เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปถึงหูของบุคคลอื่น จึงได้เกิดความต้องการที่ดินแปลงนี้โดยการเสนอราคาที่สูงลิ่วแย่งไปครอบครอง ทำให้อ.เสิ่นต้องรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก

    แต่หลังจากที่คนซึ่งแย่งที่ดินแปลงดังกล่าวนั้นไป ได้จัดการทำพิธีฝังศพของบรรพบุรุษลงไปในฮวงจุ้ยแปลงนั้นไปได้ไม่นาน ก็ต้องมีอันเป็นไป เกิดความเสียหายทั้งในด้านทรัพย์สินเงินทองและสุขภาพ ครอบครัวก็ล่มสลาย จนถึงขั้นเสียชีวิตลงไปในที่สุด โดยเมื่ออาจารย์เสิ่นไปสอบถามซินแซทุกท่านที่เคยเชิญมาดู ต่างก็ยังคงลงความเห็นว่า...เป็นชัยภูมิที่มงคล และไม่สามารถที่จะอธิบายถึงโศกนากรรมในครั้งนี้ได้ แต่ญาติของ อ.เสิ่นที่ชื่อ หูป๋ออัน (HU BO AN) ได้นำตำราสำนักของปรมาจารย์เจี่ยงต้าหงมาให้ดู โดยกล่าวไว้ว่า ฮวงจุ้ยที่มีทิศหน้าหัน เปี้ย(BING) และหลังอิงทิศ หยิม(REN) ในยุคที่ 1 เป็นฮวงจุ้ยที่ไม่เป็นมงคล ซึ่งแตกต่างจากสำนักอื่นๆอย่างสิ้นเชิง

    ทำให้ท่านเกิดความสนใจที่จะค้นคว้าในเรื่องนี้เพิ่มเติม ซึ่งท่าน อ.เสิ่นและหูป๋ออันได้ค้นคว้าตำราต่างๆอย่างหนักจากหลายแหล่ง รวมทั้งของปรมาจารย์เจี่ยงต้าหง โดยอ.เสิ่นได้ยอมจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อขออ่านบันทึกของ จางจงซาน ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของปรมาจารย์เจี่ยงต้าหง ที่ได้บันทึกเอาไว้เวลาที่ออกไปดูฮวงจุ้ยในแต่ละที่

    หลังจากที่ได้ทำการค้นคว้าคัมภีร์นี้อย่างเอาจริงเอาจังอยู่หลายปี จึงทำให้ท่านสามารถที่จะบรรลุวิชาเสวียนคงได้ในที่สุด

    ส่วนชีวิตครอบครัวท่านอาจารย์เสิ่นนั้น ท่านมีภรรยาชื่อหยวน (YUAN) โดยที่มีลูกชาย 2 คนและลูกผู้หญิงอีก 2 คน โดยท่านได้ตั้งสำนักเปิดสอนวิชาฮวงจุ้ยในระบบเสวียนคงนี้ขึ้นมา เพื่อเผยแพร่วิชาการและความรู้ที่ถูกต้องออกสู่สาธารณะชน ทำให้สำนักของท่านมีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของวงการฮวงจุ้ยในยุคสมัยของท่าน และมีลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก

    อาจารย์เสิ่นได้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า เสิ่นซื่อเสวียนคง โดยใช้ชื่อผู้แต่งว่า เสิ่นจู๋เยิ่ง (SHENSHI XUANKONG XUE, MASTER SHEN XUANKONG) ซึ่งลูกชายของท่านที่ชื่อว่าเสิ่นไต้หมิง (SHEN DIEMIN) ได้จัดพิมพ์ขึ้นในปีค.ศ.1924 และต่อมาได้รวบรวม ขยายความและปรับปรุงใหม่เป็น 6 ฉบับ ตีพิมพ์ในปีค.ศ.1933 ซึ่งได้รับการยอมรับและแพร่หลายเป็นอย่างมากมาในจนถึงปัจจุบัน เพราะเป็นครั้งแรกของโลกที่เคล็ดลับชั้นสูงของวิชาฮวงจุ้ยได้รับการเปิดเผยออกมาสู่สาธารณชน

    ผู้ที่ศึกษาวิชาฮวงจุ้ยในระบบเสวียนคงหรือเฮี่ยงคงทุกท่าน จึงควรที่จะได้ระลึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์เสิ่น ที่ได้เป็นผู้ไขความลับของวิชา แล้วมีจิตเมตตานำมาเปิดเผยและสอนสั่งสู่ลูกศิษย์สืบทอดมาถึงชนรุ่นหลังมาจนถึงปัจจุบัน


    แต่คัมภีร์ฮวงจุ้ยดาวเหินของปรมาจารย์เสิ่น เขียนอยู่ในรูปของโครงกลอน แถมทุกประโยคจะยาวติดกันโดยไม่มีวรรคตอน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนทั่วไปจะสามารถเข้าใจได้ เช่น

    (คำกลอนโบราณ) < เมื่อดาวภูเขาลมไม่ถูกยุค มันจะมีหินน้ำพุ หรือโรคร้ายภายใต้เนื้อไขมัน เมื่อไฟโง่วพบทองอิ้ว ผู้อาศัยจะชอบดอกไม้ (ผู้หญิง) หรือดื่มมากเกินไป >

    คำอธิบายที่1
    ภูเขาลม หมายถึง ข่วยกึ่ง คือ ภูเขา และข่วยสุ่ง คือ ลม โดยเลขดาวของข่วยกึ่ง คือ 8 ภูเขาธาตุดิน ตัวเลขของลมคือ 4 ซึ่งก็คือธาตุไม้ และตามกฎแห่งธาตุนั้น ดินถูกทำลายโดยไม้ ถ้าธาตุไม้แข็งแรง ธาตุดินจะอ่อนแอและไม่เป็นมงคล

    คำอธิบายที่2
    หินน้ำพุ หมายถึง มีหินแร่ในน้ำพุ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วหมายถึงการทำให้เกิดโรคนิ่วในไต

    คำอธิบายที่3
    ภายในเนื้อไขมัน หมายถึง โรคร้ายที่จู่โจมชีวิตและเกินกว่าการรักษา เช่น มะเร็ง เมื่อ (4,8) ปรากฏในทิศตะวันออกเฉียงใต้ (ข่วยสุ่ง) จะทำให้เกิดโรคที่มีลักษณะเหมือนน้ำหรือสิ่งเคลื่อนไหวในร่างกาย ซึ่งมีโอกาสจะเป็นโรคร้าย เป็นไปได้ที่จะป่วยจากนิ่วในไต โรคไม่สามารถรักษา หรือ โรคที่เกิดอยู่ลึกๆในร่างกายใต้ชั้นไขมัน ประเภทที่แพทย์ไม่สามารถรักษาได้

    คำอธิบายที่4
    โง่ว เป็นธาตุไฟหรือข่วยลี้ (เลขดาวคือ 9) ส่วนอิ้วเป็นธาตุทองหรือ ข่วยต๋วย (เลขดาวคือ 7) เมื่อดาวทั้งสองนี้ปรากฏในภพเดียวกัน ดาว 9 ไฟทำลายดาว 7 ทอง ตามผังเหอถู (ก่อนฟ้า) ดาว 2 และ ดาว 7 ภาคีกันเป็นไฟ ซึ่งไม่เป็นมงคล ข่วยลี้เป็นความร่าเริงหรือความยินดี ขณะที่ข่วยต๋วยเป็นสิ่งที่ทำให้ตาและหูมีความสุข เสียงหวานๆและดูสบายใจ

    ดังนั้น ถ้า (9, 7) ปรากฏอยู่ในทิศทางหรือช่องเดียวกัน จะหมายถึงคนที่อยู่ตำแหน่งนี้จะพึงพอใจผู้หญิงมากเป็นพิเศษ หรือไม่ก็จะติดสุรา


    ซึ่งจะพบว่าไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะสามารถเข้าใจได้ เพราะว่าวิชาที่ถูกต้องนั้นถูกเก็บงำในรูปแบบโคลงกลอนดังกล่าว

    สถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยของท่านอาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม เป็นแห่งแรกที่กล้าเปิดเผยและเจาะลึกถอกรหัสเคล็ดวิชาใน “คัมภีร์ฮวงจุ้ยของปรมาจารย์เสิ่น” โดยสรุปเนื้อหาต่างๆนำออกมาสอนอย่างเป็นระบบ จนได้มีผู้ที่ขาดจรรยาบรรณหลายเวบได้พยายามมาคัดลอกทำหลักสูตรขายทางอินเตอร์เนตมากกว่า 3 แห่ง แต่หารู้ไม่ว่าเคล็ดวิชานั้นไม่ได้ใส่ไว้ในตำรา แต่จะสอนโดยถ่ายทอดปากต่อปากจากอาจารย์โดยตรงเท่านั้น



    รายละเอียดหลักสูตรดังต่อไป

    - ทฤษฎีผังก่อนฟ้าและหลังฟ้า (อธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ที่ไม่ใช่มาจากหลังเต่าหรือม้ามังกร)
    - อิม-เอี้ยง
    - หลักการของ 5 ธาตุที่ถูกต้อง
    - ผังก่อนฟ้า หรือโซยทีโป๊ยข่วย คืออะไรแน่ ทำไมซินแสกว่า 90 เปอร์เซนต์นำไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง
    - เอ่าทีโป๊ยข่วย หรือผังหลังฟ้า มีเคล็ดวิธีใช้อย่างไร ที่มาเป็นอย่างไร
    - ข่วยทั้ง 8 และดาวทั้ง 9 สัมพันธ์กันอย่างไร
    - อธิบายความหมายละเอียดของดาวทั้ง 9 ดวง
    - อิทธิพลของดวงดาวทั้ง 9 ต่อโลก ประเทศ เมือง บ้าน อาคาร และเหตุการณ์ความเป็นไป
    - การกำหนดธาตุในระบบวิชาเฮี่ยงคงกิวแช
    - การกำหนดชัยภูมิในวิชาเฮี่ยงคงกิวแช
    - อิม-เอี้ยงของชัยภูมิ
    - การกำหนดชัยภูมิภายใน และชัยภูมิภายนอกบ้าน/อาคาร ของข่วยทั้ง 8
    - ทิศทางเกี่ยวข้องกับร่างกายมนุษย์อย่างไร
    - ทฤษฎีและความพิเศษของเบญจภูติ ในระบบฮวงจุ้ยดาวเหิน
    - การใช้เบญจภูตินำโชค ในระบบดาวเหิน
    - หลักการดาวภาคีทุกประเภทของวิชาฮวงจุ้ย
    - ที่มา 7 ดาวขโมยโชค - ชิกแชผะเกียบ
    - รูปแบบ 7 ดาวขโมยโชคทุกระบบ
    - แบบไหนขโมยโชคเข้า แบบไหนขโมยโชคออก
    - การจัดฮวงจุ้ย 7 ดาวขโมยโชคที่ไม่ให้เกิดผลข้างเคียงทางฮวงจุ้ย
    - การจัดฮวงจุ้ยพิเศษ 7 ดาวทะลวงไส้
    - ผังหวงงิ้ม หกงิ้ม มีกี่ประเภท เมื่อไหร่จะส่งผลดีหรือร้าย หรือทำให้เสียชีวิตอย่างฉับพลัน
    - การหาประตูเมืองหลักและรอง (เสี่ยมึ๊งกวก) มาเสริมโชคพิเศษ
    - รหัสดาวประจำบุคคล
    - การอ่านดาวประวัน และ ดาวประจำยาม
    - ไท้ส่วยดาวเหิน ที่ไม่ใช่ไท้ส่วยคงที่ตายตัวประจำทิศ (ไม่ใช่นักษัตร)
    - อำเกี๋ยง หรือเดือนดับ พลังร้ายแอบแฝงประจำเดือนที่ซินแสจำนวนมากไม่รู้จัก
    - ทิศลิงตาบอด ที่ทำให้คนจัดฮวงจุ้ยแบบไม่รู้จริงตาบอด
    - ดาวจรปี ดาวจรเดือน ดาวจรวัน ดาวจรยาว ที่มีผลกับบุคคลภายในบ้าน
    - การพิจารณาผลกระทบระหว่างบุคคล และตัวบ้าน และดวงดาว
    - การทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น กับบุคคล และบ้านในแต่ละปี
    - การเลือกชั้นห้องชุดหรือคอนโดที่ฮวงจุ้ยดีและเสริมดวง
    - วิธีพิจารณาว่าบ้านเข้ากับคนหรือไม่ แล้วแก้อย่างไร
    - เจาะลึกฮวงจุ้ยระบบดาว 9 ยุคทุกแง่มุม
    - การเร่งตำแหน่งทางราชการ หน้าที่การงาน ด้วยชุยกัว
    - การเร่งโชค การสอบแข่งขัน ชิงทุน
    - เทคนิกการใช้ประโยชน์จากดาวในแต่ละด้านของชีวิต
    - การกระตุ้นให้มีบุตร เสริมความรัก การศึกษา การเงิน
    - หลักการพิจารณาเพื่อกำหนดชะตาบ้าน ว่าบ้านหลังใดเจริญรุ่งเรือง และเสื่อมสิ้นเมื่อใด
    - หลักการชั้นสูงในการเปิดประตูบ้านในสำนักเฮี่ยงคงกิวแช
    - หลักการชั้นสูงในการเจาะช่องลม ในการรับพลังของมังกร
    - หลักการหาจุดทางเดินน้ำดีเข้าตัวบ้านและอาคาร ในวิชาเฮี่ยงคงกิวแชชั้นสูง
    - หลักการหาจุดทางเดินน้ำเสียออกตัวบ้านและอาคาร ในวิชาเฮี่ยงคงกิวแชชั้นสูง
    - หลักการกำหนดตำแหน่งคลังของน้ำ ก่อนจ่ายน้ำเข้าสู่ตัวบ้านหรืออาคาร
    - การกำหนดตำแหน่งเพื่อกระตุ้นน้ำในแต่ละระบบ
    - วิชาฮวงจุ้ยระบบไต้ซำง้วง ซึ่งใช้พิจารณาทิศรุ่งเรืองและทิศเสื่อมของเมืองและประเทศ แต่ที่ซินแสส่วนใหญ่กลับนำไปใช้จัดบ้าน
    - เจี่ยซิ้ง และ หลั่งซิ้ง ทิศรุ่งเรืองและทิศเสื่อมของเมืองและประเทศ อันดับที่1
    - หงั่วเจี่ยซิ้ง และ หงั่วหลั่งซิ้ง ทิศรุ่งเรืองและทิศเสื่อมของเมืองและประเทศ อันดับที่2
    - ชุยซิ้ง พลังพิเศษอีกประเภทหนึ่งของยุค
    - หลักการใช้เบญจภูตินำโชคในระบบฮวงจุ้ยหนับกะ ที่มาของวลีหนึ่งปีรวย 10 เท่า 10 ปีรวย 100 เท่า
    - อธิบายหลักทางดาราศาสตร์ซึ่งเป็นที่มาของการคิดค้นวิชาฮวงจุ้ย
    - การใช้ภาพถ่ายดาวเทียม Google Earth มาใช้ในการวิเคราะห์ฮวงจุ้ย
    - ทำนายอย่างละเอียดด้วยดาวประจำปี เดือน วันและยาม
    - การวิเคราะห์ฮวงจุ้ยระดับโลก เช่น ตึก Suntec City สิงคโปร์, The Palm ดูไบ

    สอนทุกแง่มุมทางฮวงจุ้ยอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ มีเหตุผลรองรับ ไม่ต้องทำพิธีกรรมงมงาย



    กำหนดการ: ฮวงจุ้ย อา. 22, 29 ส.ค., 12 ก.ย.53

    ระยะเวลา 3 สัปดาห์ วันอาทิตย์ เวลา 13.30-17.00น

    **** หลักสูตรฮวงจุ้ย 3 นี้จะเปิดเพียงปีละ1ครั้งเท่านั้น

    ติดต่อสอบถามและลงทะเบียน : คุณเพ็ชรมณี (ซ้วง) TEL. 086-098-4475, 089-018 6888

    สถานที่ : อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 (ดูแผนที่ในหัวข้อที่ฝั่งซ้ายมือของเวป)

    อัตราค่าเรียน :

    4,500 บาท สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนและโอนเงินล่วงหน้า
    (เพื่ออำนวยความสะดวก ในการจัดเตรียมสถานที่ เตรียมเอกสาร และอาหารว่าง)

    5,000 บาท สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนหน้างาน


    การจองสัมมนาฮวงจุ้ย ขั้น 3

    โปรดโอนค่าสัมมนาตามบัญชีที่ระบุ แล้ว Fax ใบ Pay-in พร้อมทั้ง ชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ของท่านมาที่ 02-630-6090

    *เพื่อประโยชน์ของท่าน กรุณาพิมพ์หรือเขียนชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ของท่าน ด้วยตัวบรรจงอย่างชัดเจน *

    ชื่อบัญชี นส.เพ็ชรมณี รัตนธนาวัฒน์ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี ดังต่อไปนี้

    - ธ. กรุงไทยฯ สาขาย่อย อาคารสเตททาวเวอร์ เลขที่ 687-0-00089-1
    - ธ. กรุงเทพ สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 242-0-31436-7
    - ธ. กสิกรไทย สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 014-2-61771-4
    - ธ. ไทยพาณิชย์ สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 054-2-46411-8


    ++พลาดไม่ได้เป็นอันขาด++

    (สำหรับผู้ที่ไม่ว่างในบางสัปดาห์ที่ตรงกับช่วงเรียน หรือลงทะเบียนเรียนไม่ทันในสัปดาห์แรก แต่สนใจที่จะเรียน ท่านสามารถที่จะลงทะเบียนเรียนย้อนหลังได้ โดยจัดวันและเวลาที่ท่านว่าง มาเรียนกับ VDO ที่ทางสถาบันได้ถ่ายเอาไว้ แล้วครั้งถัดๆไปก็สามารถมาเข้าเรียนสดร่วมกับท่านอื่นๆ หรืออาจเลือกที่จะเรียนกับ VDO ทั้ง 3 ครั้งก็ได้)

    กลับไปหน้าหลัก ฮวงจุ้ย
    19 Aug 2010 by admin


    << Previous 1 2 3 Next >>

    ความรู้เรื่องฮวงจุ้ย
    อาจารย์มาศ ได้รับเชิญออกรายการวีไอพี VIP
    อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม ได้รับเชิญออกรายการ VIP ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ในวันที่จันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 22.15 - 24.00น.






    คลิป วิดีโอ : อ. มาศ เคหาสน์ธรรม ซินแสไฮเทค ใน วีไอพี V I P (08-02-10)





    อ. มาศ เคหาสน์ธรรม หมอดูไฮเทค ใน วีไอพี V I P (08-02-10) - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

    08 Feb 2010 by admin


    ประวัติของวิชาฮวงจุ้ย แบ่งเป็นกี่สำนัก
    ในหลักการของวิชาฮวงจุ้ยนั้น ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องกว่า 5000 ปี โดยในแต่ละยุคก็จะมีปรมาจารย์ที่คิดค้นและต่อยอดจนเกิดวิชาใหม่ๆขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงเมื่อประมาณ 200 ปีก่อนในสมัยของเฉียนหลงฮ่องเต้ ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากและรัชกาลที่ 1 ของราชวงศ์จักร๊ พระองค์ได้มีการจัดสำรวจจำนวนสำนักฮวงจุ้ยในแผ่นดินจีน พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 150 สำนัก แต่หากจะจัดกลุ่มตามพื้นฐานที่มาที่ไปของทฤษฎี ก็พอที่จะจัดกลุ่มได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ก็คือ กลุ่มที่ใช้ระบบซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี) และกลุ่ม ซำง้วง(ไตรภพ)

    ในระบบซาฮะซี๊เก็ก (ไตรภาคี) จะเป็นการนำหลักการในระบบธาตุแท้แบบวิชาดวงจีน (โป๊ยหยี่ซี้เถียว) คือ 10 ราศีบน และ 12 ราศีล่าง มาคำนวณหาความสัมพันธ์ของทิศทางดีร้าย
    เพื่อที่จะหาสัมพันธ์ระหว่าง “ธาตุแท้ของทิศทาง – พลังดิน” ให้เข้ากับ “ธาตุแท้ของดวงบุคคล– พลังคน” โดยเลือกฤกษ์วันในการกระทำการจาก “ธาตุแท้ของกาลเวลา – พลังฟ้า” (ปี เดือน วัน ยาม) ซึ่ง เรียกว่า...ฟ้า-คน-ดิน สัมพันธ์ จึงจะมีประสิทธิภาพในการใช้งาน

    ซึ่งวิชาในกลุ่มนี้นั้น ก็ได้แก่ 24 ภูมิของวงฟ้า / วงคน / วงดิน, ระบบทางน้ำเข้า-ออก12 เชี่ยงแซ, ทิศวิบัติของภูมิทั้ง 8 (โป๊ยเก็งอึ้งจั๋วสัวะ), 60 มังกร, 72 มังกร, 120 มังกร และ 240 มังกร รวมไปถึงวงนอกสุดซึ่งเป็นฮวงจุ้ยระบบ 28 ดาวฤกษ์

    โดยที่แต่ละวงนั้นแท้ที่จริงแล้วก็เกิดจากอาจารย์คนละท่านซึ่งอยู่คนละยุคสมัยได้คิดค้นขึ้นตามทัศนะของตนเอง โดยเริ่มแรกนั้น มีเฉพาะ 24 ภูมิของวงดิน ซึ่งออกแบบตามวงโคจรของโลกรอบพระอาทิตย์ ที่ทำให้เกิดฤดูกาล และเดือนทั้ง 12 แล้วแบ่งเป็นครึ่งเดือนแรกกับครึ่งเดือนหลัง เรียกว่า 24 สารท เป็นที่มาของวงดินนี้

    ต่อมาปรมาจารย์หยางกงซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์ถัง หลังจากที่เกิดความเบื่อหน่ายระบบราชการที่มีแต่การแก่งแย่งแข่งขัน จึงได้ลาออกจากราชการในตำแหน่งสุดท้ายคือพระโหราธิบดีประจำวังหลวง ได้เดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดเมืองก้านโจว ใช้เวลาที่เหลือของชีวิตคิดค้น 24 ภูมิของวงฟ้า และระบบ 72 มังกรขึ้นมา โดยที่ปรมาจารย์ท่านนี้เองที่ได้เปิดโรงเรียนฮวงจุ้ยขึ้นมาอย่างเป็นทางการ ณ หมู่บ้านซานเหลียว ห่างจากก้านโจวประมาณ 100 กม. และเป็นสำนักที่ส่งซินแสเข้าไปรับราชการเป็นโหราธิบดีประจำพระราชวังหลวงมาเกือบทุกราชวงศ์ สถาบันแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตซินแสที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเวลาต่อมา ซึ่งได้มีการสืบทอดกันมาถึงในปัจจุบัน

    ถัดมาในภายหลังจากยุคของปรมาจารย์หยางกงอีกประมาณ 400 ปี ได้มีอัจฉริยะคนใหม่เกิดขึ้นในวงการฮวงจุ้ยชื่อ ไล่ปู้อี้ ท่านนี้ก็เป็นลูกศิษย์ในสายของปรมาจารย์หยางกง โดยท่านได้คิดค้นสูตรการคำนวณในทางฮวงจุ้ยขึ้นมาใหม่อีกหลายวิชา ได้แก่ 24 ภูมิของวงมนุษย์ และระบบ 60 มังกร รวมทั้งฮวงจุ้ยระบบ 28 ดาวฤกษ์ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินเดียตั้งแต่ช่วงคริสต์ศักราชที่ 2 พร้อมๆกับการเข้ามาของศาสนาพุทธในจีน โดยที่ระบบของอินเดียจะเป็น 27 ดาวฤกษ์ โดยใช้กับการหาฤกษ์ยามและทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองและบุคคล

    นอกจากนี้ ในยุคถัดๆมา ก็มีปรมาจารย์บางท่านมาคิดค้นวงอื่นๆเพิ่มเติมใส่ลงไปในเข็มทิศหล่อแกของระบบซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี) นี้อีก นั่นคือวิชา 120 มังกร แล้วเมื่อเวลาผ่านไปอีกหลายรุ่นก็มีอาจารย์อีกท่านก็คิดวิชา 240 มังกรเพิ่มวงซ้อนเข้าไปอีก

    ในขณะที่อาจารย์บางท่านก็คงกลัวน้อยหน้า จึงได้มีการคิดวิชาใหม่ๆ เพิ่มวงเข้าไปในหล่อแกอีกหลายชั้น ไม่ว่าจะเป็นวิชาโป๊ยเก็งอึ้งจั๋วสัวะ (ทิศวิบัติของภูมิทั้ง 8) ตามมาด้วยระบบไท้เอี๊ยงเก้าซัว-ไท้เอี๊ยงเก้าเหี่ยง (วิชาตะวันส่องภูมิบ้าน) เป็นต้น

    การเพิ่มเติมวิชาใส่ลงไปในเข็มทิศหล่อแกระบบซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี) เริ่มนิ่งในปลายสมัยราชวงศ์ชิงเมื่อประมาณ 200 กว่าปีมานี่เอง ดังนั้น การจัดฮวงจุ้ยด้วยระบบวิชาซาฮะซี๊เก็กนี้ จึงมีการวิธีใช้งานที่หลากหลายแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีสำนักที่อ้างว่าตัวเองเป็นผู้สืบทอดวิชาซาฮะของปรมาจารย์หยางกงมากถึง 120 สำนัก เช่น บางสำนักยังคงรักษาวิธีการดั้งเดิมของปรมาจารย์หยางกง แบบที่ไม่นำเอาวิธีการใหม่ๆของอาจารย์ท่านอื่นๆ ที่คิดค้นขึ้นในภายหลัง เราเรียกระบบนี้ว่า “หยางกงกู๋ฝ่า – ระบบดั้งเดิมของปรมาจารย์หยางกง” ส่วนสำนักที่ประยุกต์ใช้ทั้งระบบเดิมและระบบใหม่ที่คิดค้นขึ้นในภายหลัง ก็จะเรียกว่า “หยางกงสิงฝ่า – หยางกงระบบใหม่” หรือบางสำนักก็ตั้งชื่อใหม่ๆ เช่น “ซาฮะ หรือ ซี้เก็ก” โดยในการต่อมาทางราชสำนักได้เข้ามาจัดกลุ่มวิชาใหม่ แล้วตั้งชื่อควบรวมวิชาที่เป็นของสายท่านอาจารย์หยางกงนี้ว่า “ซาฮะซี๊เก็ก” ในที่สุด

    โดยในปัจจุบันท่านปรมาจารย์หลีติงซิน เป็นผู้สืบทอดวิชาจากอดีตปรมาจารย์หยางกงคนปัจจุบัน ซึ่งหลังจากหนีกลับบ้านเกิดที่ก้านโจว ได้ตระเวนเดินทางไปศึกษาคิดค้นวิชาฮวงจุ้ยใหม่ๆ พร้อมทั้งได้ช่วยเหลือชาวบ้านที่พบเจอระหว่างทาง จนได้รับการขนานนามจากคนทั่วไปว่า "หยางหยุนสง" หรือ "หยาง ผู้ช่วยเหลือคนยาก"

    ท่านอาจารย์หยางกงมีศิษย์เอก 3 คน โดยท่านที่หนึ่งคือปรมาจารย์เจิ้นเหวินชาง ท่านที่ 2 คือปรมาจารย์ลู่เจียงตง และท่านที่ 3 คือปรมาจารย์หลีซานซู ซึ่งท่านนี้เองที่เป็นต้นตระกูลของอาจารย์หลีติงซิน ที่ อ.มาศได้เดินทางไปศึกษาตามรอยของท่านที่พำนักอยู่เมืองก้านโจว ประเทศจีน โดยท่านปรมาจารย์หลีติงซินเป็นผู้วางฮวงจุ้ยให้กับบุคคลและสถานที่สำคัญทั่วโลก รวมทั้งพระราชวังต่างๆอีกด้วย โดยเคยได้รับเชิญมาจัดวางฮวงจุ้ยให้กับบุคคลระดับสูงในประเทศไทยทั้งสิ้นจำนวน 3 ครั้ง



    ภาพปรมาจารย์หลีติงซิน เมื่อครั้งเดินทางมาวางฮวงจุ้ยในสถานที่สำคัญในประเทศไทยซึ่งเป็นเขตพื้นที่หวงห้ามเฉพาะที่สุดในประเทศ (ซึ่งทุกท่านก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นที่ไหน) โดยมีท่านอาจารย์เกรียงไกรได้รับเชิญมาเป็นผู้ช่วย




    ภาพ อ.มาศ เมื่อครั้งเดินทางไปศึกษาวิชาฮวงจุ้ยระบบดั้งเดิมกับปรมาจารย์หลีติงซินที่ก้านโจว ประเทศจีน


    ส่วนกลุ่มซำง้วง (ไตรภพ) นั้น จะเป็นการนำหลักการในระบบธาตุของข่วย แบบวิชาอี้จิง โดยจะมองทุกสิ่งแปลงให้เป็นข่วย ทั้งฟ้า-คน-ดิน เพื่อหาสัมพันธ์ระหว่างธาตุข่วยของทิศทาง ให้เข้ากับ ธาตุข่วยของดวงบุคคล โดยเลือกฤกษ์วันในการกระทำการจากธาตุข่วยของกาลเวลา (ปี เดือน วัน ยาม) ซึ่งเป็นพลังที่มาจากฟ้า เรียกว่าฟ้า-คน-ดินสัมพันธ์ จึงจะมีประสิทธิภาพในการใช้งาน

    โดยคำว่า “ซำง้วง” นั้น ถ้าจะแปลตรงตัว คำว่า“ซำ” แปลว่า 3 ....ส่วนคำว่า“ง้วง” นั้นแปลว่าภพ ซึ่งหมายถึง เส้นพลังงาน 3 เส้นที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นข่วยนั้น มีความสมบูรณ์ในตัว คือเส้นบนนั้นเรียกว่าเส้นฟ้า(หรือภพบน) ส่วนเส้นกลางนั้นคือเส้นมนุษย์(หรือภพกลาง) และเส้นล่างนั้นคือเส้นดิน(หรือภพล่าง)

    โดยปรมาจารย์ในสายนี้ก็ได้แก่ท่านเจี่ยงต้าหง (แต้จิ๋วอ่านว่า...เจียไต่ฮ้ง) ซินแสที่มีชื่อเสียงที่สุดในอดีตท่านหนึ่ง ผู้คนเรียกขานท่านว่า "ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน" เจ้าของวลี “ลิขิตฟ้าไม่อาจเปิดเผย” ที่หนังจีนหลายๆเรื่องชอบอ้างอิงถึงนั่นเอง ส่วนอีกท่านหนึ่งก็คือ ปรมาจารย์ตันหยางหวู และเสินจู่เหริน โดยผู้สืบทอดคนปัจจุบันในสายของ อ.ตันหยางหวูนั้น ก็คือ อาจารย์หลีเหยา แห่งมาเลย์เซีย


    ภาพตันหยางหวู


    ภาพ อ.มาศ เมื่อครั้งที่ไปเรียนกับท่านอาจารย์หลีเหยา

    ระบบซำง้วงนั้น...ก็มีวิชาที่อยู่ในกลุ่มนี้มีอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งได้แก่ หลักจับซี้ข่วย(64ข่วย) , ไต้ซำง้วง (ไตรยุคใหญ่), กิวแช (ดาว 9 ยุค), จี๋แปะก๊วก(ดาว1-9 ม่วงขาว), เฮี้ยงคงปวยแช (ดาวเหิน) , เหล่งมึ๊งโป๊ยเก็ก (8 ประตูมังกร) หรือ โป๊ยแทะ(บ้านแปดทิศ และ 24 ทิศของระบบหนับกะ) เป็นต้น

    โดยสรุปก็คือ วิชาฮวงจุ้ยสำนักใดใช้ระบบธาตุแบบวิชาดวงจีน ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี) ส่วนวิชาฮวงจุ้ยสำนักใดใช้ระบบธาตุของข่วย ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มซำง้วง (ไตรภพ) นั่นเอง

    ซึ่งในปัจจุบันนี้ซินแสทั้งหมดกว่าร้อยละ 90 ที่อาศัยอยู่ในเมืองจีนในปัจจุบัน รวมทั้งซินแสฮวงจุ้ยรุ่นอาวุโสในเมืองไทยเกือบทั้งหมดล้วนแล้วแต่ใช้วิชาในกลุ่มซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี)นี้ เรียกว่าเป็นวิชามาตรฐานที่ซินแสส่วนใหญ่ใช้กัน เหมือนกับยาพาราเซตตามอล ที่หมอทุกคนต้องรู้จัก เพียงแต่วิธีการประยุกต์ใช้งานมีความหลากหลายแตกต่างกันไป ส่วนวิชาในกลุ่มซำง้วงนั้น มีผู้รู้จริงและนำมาใช้งานค่อนข้างน้อยไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของซินแสทั้งหมด

    แต่ในช่วง 30 ปีหลังมานี้เอง ที่คัมภีร์ดาวเหิน (เสวียนคงเฟยสิง หรือภาษาแต้จิ๋วอ่านว่า...เฮี่ยงคงปวยแช) ซึ่งเป็นวิชาสำคัญที่สุดวิชาหนึ่งในระบบ “ซำง้วง” ได้รับความกรุณาจากท่านปรมาจารย์เสินจู่เหริน นำมาตีพิมพ์เผยแพร่ออกสู่ท้องตลาดให้โลกได้รับรู้ถึงความมหัศจรรย์ของวิชานี้ บุคคลทั่วไปจึงมีโอกาสเข้าถึงวิชาที่ซินแสระดับโลกเขาใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นท่านไป่เฮ้อหมิง (แต้จิ๋วอ่านว่า แป่ห่อเม้ง) อันดับหนึ่งของฮ่องกง ซึ่งเมืองไทยก็มีการแปลหนังสือของอาจารย์ท่านนี้ออกมา 3-4 เล่ม หรือจะเป็นอาจารย์หลี่กุ้ยหมิ่ง(ฮ่องกง), อ.เฉินปุ่ยเซิน(ฮ่องกง), อ.เหอเจาควง(ฮ่องกง) , อ.เลมอน โล, อ.ตันคุนหยง (สิงค์โปร์) อ.โจเซฟ หยู (แคนาดา), อ.ยับชิงไห่(มาเลย์เซีย) หรือ อ.หลีเหยา ก็ล้วนแล้วแต่ใช้วิชานี้

    ดังนั้น การที่มีสำนักฮวงจุ้ยในประเทศไทยบางแห่ง เขียนบิดเบือนประวัติศาสตร์ด้วยการประกาศในเวบไซต์ว่า วิชาฮวงจุ้ยระบบดาวเหิน (เสวียนคงเฟยสิง) นั้นเป็นวิชาระดับที่ซินแสชาวบ้านใช้กัน ไม่ใช่ระบบวิชาชั้นสูงที่ซินแสมืออาชีพพึงใช้ แต่จะต้องเป็นวิชาที่ตนเองใช้เท่านั้น ซึ่งเมื่อตรวจสอบดูแล้ว ก็ใช้วิชาผสมของซาฮะซี๊เก็กของระบบใหม่ (ซานเหอสิงฝ่า) ไม่ใช่ระบบต้นตำรับเดิมของปรมาจารย์หยางกง แถมบอกว่าวิชาฮวงจุ้ยต่างๆถูกคิดค้นมาให้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นหลายพันปีมาแล้ว โดยต้นตระกูลของตนเองและตนผู้ที่ได้รับสืบทอด โดยไม่เคยพัฒนาเปลี่ยนแปลงเลย จึงเป็นการหลอกลวงบุคคลทั่วไปที่ไม่มีภูมิความรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์ทางฮวงจุ้ยให้หลงเชื่อเท่านั้น

    หรือหากสนใจข้อมูลเกี่ยวกับวิชาฮวงจุ้ยระบบดั้งเดิมของปรมาจารย์หยางกง ต้นตำหรับของวิชาซาฮะซี๊เก็กทั้งหมด ลองเข้าไปที่ลิ้งนี้ Yang Gong
    04 Oct 2009 by admin

    หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง


    หลักการของฮวงจุ้ย...เป็นวิชาที่ว่าด้วยสูตรลับในการคำนวณกระแสพลัง ที่นักปราชญ์ชาวจีนในอดีตได้คิดค้นขึ้น เพื่อหาหนทางที่จะเหนี่ยวนำพลังงานของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวให้มาเสริมคน ซึ่งกระแสพลังเหล่านี้ ก็คือพลังงานของแม่เหล็กโลกที่ห่อหุ้มโลกทั้งใบไว้ เนื่องจากมนุษย์ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กโลกอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทั้งชีวิตของเรา...



    คนส่วนมากเข้าใจว่า ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ และมีลักษณะที่เป็นส่วนหนึ่งของลัทธิ ศาสนา หรือเป็นความเชื่องมงายของคนโบราณ ที่ไม่สามารถหาเหตุและผลที่แท้จริงได้ เนื่องจากหนังสือฮวงจุ้ยทั่วไปที่วางขายอยู่ในท้องตลาด ก็ล้วนแล้วแต่มีลักษณะของการรวบรวมสารพัดความเชื่อ เช่น การติดเสือคาบดาบ หรือกระจกแปดทิศ(โป๊ยข่วย) การตั้งตุ๊กตาสัตว์นำโชค เครื่องรางของขลังแก้เคล็ด การไหว้เจ้าขอพรตามศาล หรือทำพิธีกรรมต่างๆ จนทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดคิดว่าวิชาฮวงจุ้ยคือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว จึงเกิดความงมงาย ยึดติดกับความเชื่อผิดๆ และไม่สามารถนำมาใช้เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้อย่างแท้จริง
    08 Sep 2009 by admin

    ถอดรหัสชีวิต ไมเคิล แจ็คสัน


    ถอดบาร์โค้ดรหัสชีวิต ไขความลับลิขิตฟ้า
    ถอดรหัสชีวิต ไมเคิล แจ็คสัน แบบโหราศาสตร์จีน โดย อ.ชล
    14 Jul 2009 by admin

    << Previous 1 2 3 4 Next >>

    กรณีศึกษาจริง
    วีรันดา รีสอร์ตแอนด์สปา
    คงจะพอรู้จักกันแล้วบ้างแล้ว...สำหรับชื่อของ...วีรันดา รีสอร์ตแอนด์สปา ซึ่งเป็นรีสอร์ตระดับ 5 ดาว ที่เป็นฉากของละครหลายๆเรื่อง เช่น สวรรค์เบี่ยงอันโด่งดัง ในตอนที่เคน-ธีรเดช ไปแสดงความโรแมนติกกับ แอน-ทองประสม ซึ่งทางเจ้าของได้เชิญ อ.มาศ ให้ไปช่วยดูและเลือกแปลงที่ดินชายทะเล เพราะที่ดินแปลงดังกล่าวนั้น เดิมทีเจ้าของเก่าเป็นหนี้เอนพีแอล ถูกธนาคารยึดมาขายทอดตลาด ซึ่งเมื่อ อ.มาศ ได้เดินสำรวจและตรวจสอบรูปแบบทางพลังงานของที่ดินแปลงดังกล่าว ก็พบว่าเป็นเพชรในตมโดยแท้ เพียงแต่เจ้าของเดิมไม่รู่จักวิธีการออกแบบทางฮวงจุ้ยที่เหมาะสม เหมือนมีเหมือนเพชรแต่ก็ขุดไม่เป็น อ.มาศ จึงได้ชี้ทางและให้คำแนะนำเคล็ดลับแก่ผู้ที่เชิญไปดูที่ดินแปลงดังกล่าวให้ความมั่นใจว่าสามารถนำมาทำรีสอร์ตได้แน่นอน ทางผู้ที่เชิญไปดูจึงได้ตัดสินใจซื้อ

    29 Jul 2008 by admin

    ยอดขายเพิ่มจาก 10 ล้านเป็น 60 ล้านภายใน 2 ปี
    เมื่อหลายปีก่อนคุณอิศรทรัพย์ ได้เริ่มเปิดกิจการเล็กๆขึ้นมาแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทขายอุปกรณ์ส่งสัญญาณสื่อสาร มีพนักงานไม่ถึง 10 คน ธุรกิจลุ่มๆดอนๆมาตลอด ทั้งที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ แต่โชคก็ยังไม่หันกลับมาเข้าข้างเขา ต่อมาจึงได้เริ่มฉุกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชะตาชีวิต จึงได้เริ่มต้นค้นคว้าหาความรู้โดยการซื้อหนังสือหลายๆเล่มมาอ่าน รวมทั้งหนังสือฮวงจุ้ย จนเริ่มเข้าใจว่าอันที่จริงแล้วชีวิตของคนนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่งและความขยันเพียงอย่างเดียว ยังต้องมีความเฮงด้วย ! โดยที่แห่งที่มาของความเฮงนั้นมีอยู่ 2 ประการ ก็คือ พลังที่จากท้องฟ้าของดวงดาวต่างๆที่เรียกว่า “ดวง” ซึ่งเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ได้ กับอีกประการหนึ่งนั้นคือ...พลังจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ที่เรียกว่าฮวงจุ้ย!

    แต่พยายามอ่านหนังสือฮวงจุ้ยตั้งไม่รู้กี่เล่ม ลองจัดตามหนังสือตั้งหลายวิธี ซื้ออุปกรณ์ฮวงจุ้ยหลายอย่างที่เชื่อว่าจะช่วยเขาได้มาตั้งเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ต่างๆดีขึ้นเลย จึงได้เริ่มเสาะแสวงหาซินแสฮวงจุ้ยมาช่วยดูให้หลายคนแต่ก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงแตกต่างชัดเจนนัก ซึ่งก็ยังไม่ทำให้เขาถึงกับหมดศรัทธาในหลักวิชาโบราณนี้ จนได้มาพบกับอาจารย์มาศเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จึงตัดสินใจเชิญ อ.มาศมาช่วยตรวจฮวงจุ้ยที่สำนักงานของเขา....

    11 Jun 2008 by admin

    สุดยอดวิชาพิฆาตทิศอสูรมานำโชค
    ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา...อาจารย์มาศได้เปิดเริ่มเปิดหลักสูตรฮวงจุ้ยภาษาอังกฤษ โดยได้ประเดิมสอน "วิชาพิฆาตทิศอสูรมานำโชค" ซึ่งเป็นสุดยอดเคล็ดวิชาทางฮวงจุ้ยที่ซินแสทุกคนปรารถนาอยากจะรู้ เนื่องมาจากเพื่อนๆของคุณไอรีนที่เป็นซินแสชื่อดังในประเทศต่างๆในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เดินทางไปฟังการบรรยายของอาจารย์มาศในงานฮวงจุ้ยโลกที่สิงคโปร์ในเรื่อง"วิชาพิฆาตทิศอสูรมานำโชค" จึงพยายามรวมตัวกันให้คุณไอรีนมาเชิญอาจารย์มาศช่วยสอนวิชานี้หลายครั้ง แต่อ.มาศก็ไม่ยอมรับปาก เพราะเป็นเคล็ดวิชาประจำตัวที่ใช้เวลาเสาะแสวงหามาหลายปี จนกระทั่ง...พวกเขาบอกเหตุผลที่ทำให้อ.มาศเกิดยอมใจอ่อน เพราะเห็นแก่ความตั้งใจจริงของกลุ่มซินแสแต่ละคนที่จะสามารถนำไปใช้ช่วยเหลือคนในประเทศของตนเองได้ เพราะทุกๆคนจะมีปัญหาคล้ายๆกันก็คือ...ถ้าบ้านทั่วๆไปก็สามารถจะจัดได้ผลดีไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นบ้านที่หลังพิงทิศอสูรประจำปีก็จะทำอะไรไม่ได้ ต้องรอจนกว่าจะข้ามปีไปก่อนไม่สามารถช่วยบรรเทาทุกข์แก่ลูกค้าที่กำลังเดือดร้อนได้ จึงได้ยอมที่จะเปิดสอนให้...

    05 Jun 2008 by admin

    << Previous 1 2 Next >>

    ฮวงจุ้ย  copyright@2007 by Master Mas Kehardthum
    All contents in this website are exclusively owned by Master Mas.
    info@fengshui100.com