กำหนดการในการสอน
หลักสูตร ฮวงจุ้ยขั้นสูง ศาสตร์เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้า ภาค 3
สำหรับวิชาฮวงจุ้ยที่ได้รับการยอบรับจากซินแสทั่วโลกว่าใช้ได้ผลดีที่สุดเมื่อเทียบกับระบบวิชาของสำนักต่างๆที่มีกว่า 150 สำนัก ก็คือ...วิชาดาวเหิน หรือเสวียนคงเฟยสิง (XUAN KONG FAI SING) หรือสำหรับผู้ที่ชอบอ่านตำราภาษาอังกฤษ ก็จะใช้ชื่อว่า Flying Star Feng Shui ซึ่งคนที่สนใจก็สามารถที่จะใช้คำนี้เพื่อการสืบค้นใน Google ดูได้ โดยปรมาจารย์ท่านแรกที่ได้มีจิตเมตตานำเอาเคล็ดวิชาดาวเหินออกมาเปิดเผยให้โลกรู้จัก ก็คือ อาจารย์เสิ่น ผู้ที่จะเรียนรู้วิชานี้จึงได้ควรที่จะศึกษาประวัติของท่านเอาไว้บ้าง ทางสถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ย แห่งประเทศไทยของเราจึงได้นำประวัติของท่านมาลงไว้ให้ได้รู้จักกันดังนี้... ปรมาจารย์เสิ่นซื่อ (ในภาษาแต้จิ๋วจะอ่านว่า สิมสี) ชื่อเต็มของท่านคือ เสิ่นจู๋เยิ่ง (สิมเต็กย้ง - MASTER SHEN ZHU RENG) ตำราฮวงจุ้ยที่แต่งชื่อ เสิ่นซื่อเสวียนคงเสวีย (สิมสีเหี่ยงคงฮัก - SHEN SHI XUAN KONG XUE) ชื่อของท่านคำว่า จู๋เยิ่ง (ZHU RENG) มีความหมายว่า ไม้ไผ่อวยพร เป็นชื่อที่ใช้ในการประพันธ์ เกิดที่เมือง เฉวียนถัง (จั่วตึ้ง - QUIANTANG) จังหวัด จือเจียง (เจียกกัง - ZHEJIANG) อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ไม่ไกลจากเซี่ยงไฮ้ ในปี1848 มีบิดาชื่อ กวนจุ้น (กัวจุ่ง - GUANZHUN) และมารดามาจากตระกูลสวี่ (โค้ว - XU) ท่านกำพร้าแม่ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ขณะที่ท่านยังเด็ก ได้เกิดขบถไท้พิง ขึ้นในปีค.ศ.1845-1864 ซึ่งเป็นการต่อต้านราชวงศ์แมนจู และเป็นเหตุการณ์ที่มีผลต่อชีวิตของท่านเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนในครอบครัวถูกฆ่าถึง 7 ชีวิต ส่วนตัวท่านเองก็ถูกจับและบังคับให้เข้าร่วมกับกองทัพขบถ ต่อมาท่านได้หนีจากกองทัพ และได้พบกับชาวต่างชาติที่ชื่อ เฟอเดอริก วอร์ด (FERDERICK WARD) ซึ่งเป็นทหารอเมริกันที่มาฝึกวิธีการรบสมัยใหม่ให้กับทหารจีน ได้ช่วยรับอุปการะท่านไว้ และการที่ได้อยู่ที่นี่ท่านได้เรียนวิชาการทหารและฝึกฝนภาษาอังกฤษ แต่เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ.1826 มิสเตอร์วอร์ด(WARD) ถูกยิงเสียชีวิต ท่านจึงต้องจากครอบครัวที่อุปการะอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ.1863 ท่านได้มีโอกาสเข้าทำงานในด้านการแปลยุทธศาสตร์ทางด้านการทหารและวิธีการฝึกทหารใหม่กับ กัปตันชาร์ส กอร์ดอน (CHARLES GORDON) โดยมีผลงานแปลที่ชื่อว่า SAFE WESTERN DRILL METHODS จำนวน 6 ฉบับ รวมทั้งเขียนและแปลหนังสือที่ชื่อว่า ILLUSTRATED MANUAL OF LANDMINES, ILLUSTRATED MANUAL OF LIGHT ARTILLARY อีกอย่างละ 2 ฉบับ ขณะที่อายุ 16 ปีท่านได้ร่ำเรียนเกี่ยวกับฮวงจุ้ยจากอาจารย์หลายท่านและหลายสำนักที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เชื่อถือโดยทั้งหมดเป็นวิชาในกลุ่มสำนักของระบบซานเหอ (SAN HE) หรือซาฮะซี้เก็ก (แปลเป็นไทยว่า ไตรภาคี 4 ภาค) ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในสองกลุ่มสำนักของระบบวิชาฮวงจุ้ยที่ใช้สูตรในการคำนวณปราณ อันเป็นระบบที่ได้รับการยอมรับกันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในประเทศจีน ในช่วงนั้นอาจารย์เสิ่นไม่ได้ใส่ใจกับวิชาของอีกกลุ่มสำนักหนึ่ง ที่ชื่อว่า ซานหยวน หรือ ซำง้วง (แปลเป็นไทยว่า ไตรยุค) อันมีท่านเจี่ยงต้าหง (JING DAHONG) เป็นปรมาจารย์ผู้มีชื่อเสียงที่สุดในอดีตทางด้านวิชาฮวงจุ้ยในระบบนี้ และเป็นเจ้าของวลี ฟ้าลิขิตไม่อาจเปิดเผย โดยวิชาที่โดดเด่นที่สุดของกลุ่มสำนักซานหยวนมีชื่อว่า เฮี้ยงคงหรือเสวียนคง (XUAN KONG) ถึงแม้ว่าอาจารย์เสิ่นจะเคยอ่านบทความของท่านเจี่ยงต้าหง ที่ได้รจนาไว้ก่อนหน้านี้หลายร้อยปีก่อน แต่ในตอนนั้นท่านยังไม่เข้าใจและรู้สึกต่อต้านเป็นอย่างมาก เนื่องจาก อ.เจี่ยงต้าหง นิยมที่จะเขียนทุกสิ่งในคัมภีร์อย่างซ่อนแฝงและมีเงื่อนงำ ในภายหลัง อ.เสิ่นได้เดินทางกลับบ้านเกิดไปค้นหากระดูกของพ่อแม่ เพื่อที่จะจัดการฝังศพให้ในชัยภูมิฮวงจุ้ยที่ดีตามความรู้ที่ได้ศึกษามา แต่ก็ต้องพบกับความยากลำบากเป็นอย่างมาก และท้ายที่สุดก็ไม่สามารถบรรลุเจตนารมณ์ได้ ซึ่งมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมายดังพอที่จะสรุปได้ดังนี้ คือ เมื่อฤดูหนาวของปี ค.ศ.1871 ในขณะที่อายุได้ 23 ปี ท่านได้ค้นพบทำเลที่จะฝังศพซึ่งมีทัศนียภาพอันงดงามมากตามหลักวิชาฮวงจุ้ยที่ได้ร่ำเรียนมา โดยหน้าหันไปสู่ทิศใต้ - ภูมิเปี้ย(BING) และหลังอิงทิศเหนือ ภูมิหยิม (REN) ซึ่งท่านจึงได้เชิญซินแซจำนวนมากจากสำนักซาฮะซี้เก็กมาช่วยวิเคราะห์และตัดสิน (ยกเว้นกลุ่มสำนักซำง้วงของปรมาจารย์เจี่ยงต้าหง) โดยทุกคนต่างก็ลงความเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่เป็นสุดยอด แต่เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปถึงหูของบุคคลอื่น จึงได้เกิดความต้องการที่ดินแปลงนี้โดยการเสนอราคาที่สูงลิ่วแย่งไปครอบครอง ทำให้อ.เสิ่นต้องรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก แต่หลังจากที่คนซึ่งแย่งที่ดินแปลงดังกล่าวนั้นไป ได้จัดการทำพิธีฝังศพของบรรพบุรุษลงไปในฮวงจุ้ยแปลงนั้นไปได้ไม่นาน ก็ต้องมีอันเป็นไป เกิดความเสียหายทั้งในด้านทรัพย์สินเงินทองและสุขภาพ ครอบครัวก็ล่มสลาย จนถึงขั้นเสียชีวิตลงไปในที่สุด โดยเมื่ออาจารย์เสิ่นไปสอบถามซินแซทุกท่านที่เคยเชิญมาดู ต่างก็ยังคงลงความเห็นว่า...เป็นชัยภูมิที่มงคล และไม่สามารถที่จะอธิบายถึงโศกนากรรมในครั้งนี้ได้ แต่ญาติของ อ.เสิ่นที่ชื่อ หูป๋ออัน (HU BO AN) ได้นำตำราสำนักของปรมาจารย์เจี่ยงต้าหงมาให้ดู โดยกล่าวไว้ว่า ฮวงจุ้ยที่มีทิศหน้าหัน เปี้ย(BING) และหลังอิงทิศ หยิม(REN) ในยุคที่ 1 เป็นฮวงจุ้ยที่ไม่เป็นมงคล ซึ่งแตกต่างจากสำนักอื่นๆอย่างสิ้นเชิง ทำให้ท่านเกิดความสนใจที่จะค้นคว้าในเรื่องนี้เพิ่มเติม ซึ่งท่าน อ.เสิ่นและหูป๋ออันได้ค้นคว้าตำราต่างๆอย่างหนักจากหลายแหล่ง รวมทั้งของปรมาจารย์เจี่ยงต้าหง โดยอ.เสิ่นได้ยอมจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อขออ่านบันทึกของ จางจงซาน ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของปรมาจารย์เจี่ยงต้าหง ที่ได้บันทึกเอาไว้เวลาที่ออกไปดูฮวงจุ้ยในแต่ละที่ หลังจากที่ได้ทำการค้นคว้าคัมภีร์นี้อย่างเอาจริงเอาจังอยู่หลายปี จึงทำให้ท่านสามารถที่จะบรรลุวิชาเสวียนคงได้ในที่สุด ส่วนชีวิตครอบครัวท่านอาจารย์เสิ่นนั้น ท่านมีภรรยาชื่อหยวน (YUAN) โดยที่มีลูกชาย 2 คนและลูกผู้หญิงอีก 2 คน โดยท่านได้ตั้งสำนักเปิดสอนวิชาฮวงจุ้ยในระบบเสวียนคงนี้ขึ้นมา เพื่อเผยแพร่วิชาการและความรู้ที่ถูกต้องออกสู่สาธารณะชน ทำให้สำนักของท่านมีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของวงการฮวงจุ้ยในยุคสมัยของท่าน และมีลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก อาจารย์เสิ่นได้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า เสิ่นซื่อเสวียนคง โดยใช้ชื่อผู้แต่งว่า เสิ่นจู๋เยิ่ง (SHENSHI XUANKONG XUE, MASTER SHEN XUANKONG) ซึ่งลูกชายของท่านที่ชื่อว่าเสิ่นไต้หมิง (SHEN DIEMIN) ได้จัดพิมพ์ขึ้นในปีค.ศ.1924 และต่อมาได้รวบรวม ขยายความและปรับปรุงใหม่เป็น 6 ฉบับ ตีพิมพ์ในปีค.ศ.1933 ซึ่งได้รับการยอมรับและแพร่หลายเป็นอย่างมากมาในจนถึงปัจจุบัน เพราะเป็นครั้งแรกของโลกที่เคล็ดลับชั้นสูงของวิชาฮวงจุ้ยได้รับการเปิดเผยออกมาสู่สาธารณชน ผู้ที่ศึกษาวิชาฮวงจุ้ยในระบบเสวียนคงหรือเฮี่ยงคงทุกท่าน จึงควรที่จะได้ระลึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์เสิ่น ที่ได้เป็นผู้ไขความลับของวิชา แล้วมีจิตเมตตานำมาเปิดเผยและสอนสั่งสู่ลูกศิษย์สืบทอดมาถึงชนรุ่นหลังมาจนถึงปัจจุบัน แต่คัมภีร์ฮวงจุ้ยดาวเหินของปรมาจารย์เสิ่น เขียนอยู่ในรูปของโครงกลอน แถมทุกประโยคจะยาวติดกันโดยไม่มีวรรคตอน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนทั่วไปจะสามารถเข้าใจได้ เช่น (คำกลอนโบราณ) < เมื่อดาวภูเขาลมไม่ถูกยุค มันจะมีหินน้ำพุ หรือโรคร้ายภายใต้เนื้อไขมัน เมื่อไฟโง่วพบทองอิ้ว ผู้อาศัยจะชอบดอกไม้ (ผู้หญิง) หรือดื่มมากเกินไป > คำอธิบายที่1 ภูเขาลม หมายถึง ข่วยกึ่ง คือ ภูเขา และข่วยสุ่ง คือ ลม โดยเลขดาวของข่วยกึ่ง คือ 8 ภูเขาธาตุดิน ตัวเลขของลมคือ 4 ซึ่งก็คือธาตุไม้ และตามกฎแห่งธาตุนั้น ดินถูกทำลายโดยไม้ ถ้าธาตุไม้แข็งแรง ธาตุดินจะอ่อนแอและไม่เป็นมงคล คำอธิบายที่2 หินน้ำพุ หมายถึง มีหินแร่ในน้ำพุ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วหมายถึงการทำให้เกิดโรคนิ่วในไต คำอธิบายที่3 ภายในเนื้อไขมัน หมายถึง โรคร้ายที่จู่โจมชีวิตและเกินกว่าการรักษา เช่น มะเร็ง เมื่อ (4,8) ปรากฏในทิศตะวันออกเฉียงใต้ (ข่วยสุ่ง) จะทำให้เกิดโรคที่มีลักษณะเหมือนน้ำหรือสิ่งเคลื่อนไหวในร่างกาย ซึ่งมีโอกาสจะเป็นโรคร้าย เป็นไปได้ที่จะป่วยจากนิ่วในไต โรคไม่สามารถรักษา หรือ โรคที่เกิดอยู่ลึกๆในร่างกายใต้ชั้นไขมัน ประเภทที่แพทย์ไม่สามารถรักษาได้ คำอธิบายที่4 โง่ว เป็นธาตุไฟหรือข่วยลี้ (เลขดาวคือ 9) ส่วนอิ้วเป็นธาตุทองหรือ ข่วยต๋วย (เลขดาวคือ 7) เมื่อดาวทั้งสองนี้ปรากฏในภพเดียวกัน ดาว 9 ไฟทำลายดาว 7 ทอง ตามผังเหอถู (ก่อนฟ้า) ดาว 2 และ ดาว 7 ภาคีกันเป็นไฟ ซึ่งไม่เป็นมงคล ข่วยลี้เป็นความร่าเริงหรือความยินดี ขณะที่ข่วยต๋วยเป็นสิ่งที่ทำให้ตาและหูมีความสุข เสียงหวานๆและดูสบายใจ ดังนั้น ถ้า (9, 7) ปรากฏอยู่ในทิศทางหรือช่องเดียวกัน จะหมายถึงคนที่อยู่ตำแหน่งนี้จะพึงพอใจผู้หญิงมากเป็นพิเศษ หรือไม่ก็จะติดสุรา ซึ่งจะพบว่าไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะสามารถเข้าใจได้ เพราะว่าวิชาที่ถูกต้องนั้นถูกเก็บงำในรูปแบบโคลงกลอนดังกล่าว สถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยของท่านอาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม เป็นแห่งแรกที่กล้าเปิดเผยและเจาะลึกถอกรหัสเคล็ดวิชาใน คัมภีร์ฮวงจุ้ยของปรมาจารย์เสิ่น โดยสรุปเนื้อหาต่างๆนำออกมาสอนอย่างเป็นระบบ จนได้มีผู้ที่ขาดจรรยาบรรณหลายเวบได้พยายามมาคัดลอกทำหลักสูตรขายทางอินเตอร์เนตมากกว่า 3 แห่ง แต่หารู้ไม่ว่าเคล็ดวิชานั้นไม่ได้ใส่ไว้ในตำรา แต่จะสอนโดยถ่ายทอดปากต่อปากจากอาจารย์โดยตรงเท่านั้น รายละเอียดหลักสูตรดังต่อไป - ทฤษฎีผังก่อนฟ้าและหลังฟ้า (อธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ที่ไม่ใช่มาจากหลังเต่าหรือม้ามังกร) - อิม-เอี้ยง - หลักการของ 5 ธาตุที่ถูกต้อง - ผังก่อนฟ้า หรือโซยทีโป๊ยข่วย คืออะไรแน่ ทำไมซินแสกว่า 90 เปอร์เซนต์นำไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง - เอ่าทีโป๊ยข่วย หรือผังหลังฟ้า มีเคล็ดวิธีใช้อย่างไร ที่มาเป็นอย่างไร - ข่วยทั้ง 8 และดาวทั้ง 9 สัมพันธ์กันอย่างไร - อธิบายความหมายละเอียดของดาวทั้ง 9 ดวง - อิทธิพลของดวงดาวทั้ง 9 ต่อโลก ประเทศ เมือง บ้าน อาคาร และเหตุการณ์ความเป็นไป - การกำหนดธาตุในระบบวิชาเฮี่ยงคงกิวแช - การกำหนดชัยภูมิในวิชาเฮี่ยงคงกิวแช - อิม-เอี้ยงของชัยภูมิ - การกำหนดชัยภูมิภายใน และชัยภูมิภายนอกบ้าน/อาคาร ของข่วยทั้ง 8 - ทิศทางเกี่ยวข้องกับร่างกายมนุษย์อย่างไร - ทฤษฎีและความพิเศษของเบญจภูติ ในระบบฮวงจุ้ยดาวเหิน - การใช้เบญจภูตินำโชค ในระบบดาวเหิน - หลักการดาวภาคีทุกประเภทของวิชาฮวงจุ้ย - ที่มา 7 ดาวขโมยโชค - ชิกแชผะเกียบ - รูปแบบ 7 ดาวขโมยโชคทุกระบบ - แบบไหนขโมยโชคเข้า แบบไหนขโมยโชคออก - การจัดฮวงจุ้ย 7 ดาวขโมยโชคที่ไม่ให้เกิดผลข้างเคียงทางฮวงจุ้ย - การจัดฮวงจุ้ยพิเศษ 7 ดาวทะลวงไส้ - ผังหวงงิ้ม หกงิ้ม มีกี่ประเภท เมื่อไหร่จะส่งผลดีหรือร้าย หรือทำให้เสียชีวิตอย่างฉับพลัน - การหาประตูเมืองหลักและรอง (เสี่ยมึ๊งกวก) มาเสริมโชคพิเศษ - รหัสดาวประจำบุคคล - การอ่านดาวประวัน และ ดาวประจำยาม - ไท้ส่วยดาวเหิน ที่ไม่ใช่ไท้ส่วยคงที่ตายตัวประจำทิศ (ไม่ใช่นักษัตร) - อำเกี๋ยง หรือเดือนดับ พลังร้ายแอบแฝงประจำเดือนที่ซินแสจำนวนมากไม่รู้จัก - ทิศลิงตาบอด ที่ทำให้คนจัดฮวงจุ้ยแบบไม่รู้จริงตาบอด - ดาวจรปี ดาวจรเดือน ดาวจรวัน ดาวจรยาว ที่มีผลกับบุคคลภายในบ้าน - การพิจารณาผลกระทบระหว่างบุคคล และตัวบ้าน และดวงดาว - การทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น กับบุคคล และบ้านในแต่ละปี - การเลือกชั้นห้องชุดหรือคอนโดที่ฮวงจุ้ยดีและเสริมดวง - วิธีพิจารณาว่าบ้านเข้ากับคนหรือไม่ แล้วแก้อย่างไร - เจาะลึกฮวงจุ้ยระบบดาว 9 ยุคทุกแง่มุม - การเร่งตำแหน่งทางราชการ หน้าที่การงาน ด้วยชุยกัว - การเร่งโชค การสอบแข่งขัน ชิงทุน - เทคนิกการใช้ประโยชน์จากดาวในแต่ละด้านของชีวิต - การกระตุ้นให้มีบุตร เสริมความรัก การศึกษา การเงิน - หลักการพิจารณาเพื่อกำหนดชะตาบ้าน ว่าบ้านหลังใดเจริญรุ่งเรือง และเสื่อมสิ้นเมื่อใด - หลักการชั้นสูงในการเปิดประตูบ้านในสำนักเฮี่ยงคงกิวแช - หลักการชั้นสูงในการเจาะช่องลม ในการรับพลังของมังกร - หลักการหาจุดทางเดินน้ำดีเข้าตัวบ้านและอาคาร ในวิชาเฮี่ยงคงกิวแชชั้นสูง - หลักการหาจุดทางเดินน้ำเสียออกตัวบ้านและอาคาร ในวิชาเฮี่ยงคงกิวแชชั้นสูง - หลักการกำหนดตำแหน่งคลังของน้ำ ก่อนจ่ายน้ำเข้าสู่ตัวบ้านหรืออาคาร - การกำหนดตำแหน่งเพื่อกระตุ้นน้ำในแต่ละระบบ - วิชาฮวงจุ้ยระบบไต้ซำง้วง ซึ่งใช้พิจารณาทิศรุ่งเรืองและทิศเสื่อมของเมืองและประเทศ แต่ที่ซินแสส่วนใหญ่กลับนำไปใช้จัดบ้าน - เจี่ยซิ้ง และ หลั่งซิ้ง ทิศรุ่งเรืองและทิศเสื่อมของเมืองและประเทศ อันดับที่1 - หงั่วเจี่ยซิ้ง และ หงั่วหลั่งซิ้ง ทิศรุ่งเรืองและทิศเสื่อมของเมืองและประเทศ อันดับที่2 - ชุยซิ้ง พลังพิเศษอีกประเภทหนึ่งของยุค - หลักการใช้เบญจภูตินำโชคในระบบฮวงจุ้ยหนับกะ ที่มาของวลีหนึ่งปีรวย 10 เท่า 10 ปีรวย 100 เท่า - อธิบายหลักทางดาราศาสตร์ซึ่งเป็นที่มาของการคิดค้นวิชาฮวงจุ้ย - การใช้ภาพถ่ายดาวเทียม Google Earth มาใช้ในการวิเคราะห์ฮวงจุ้ย - ทำนายอย่างละเอียดด้วยดาวประจำปี เดือน วันและยาม - การวิเคราะห์ฮวงจุ้ยระดับโลก เช่น ตึก Suntec City สิงคโปร์, The Palm ดูไบ สอนทุกแง่มุมทางฮวงจุ้ยอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ มีเหตุผลรองรับ ไม่ต้องทำพิธีกรรมงมงาย กำหนดการ: ฮวงจุ้ย อา. 22, 29 ส.ค., 12 ก.ย.53 ระยะเวลา 3 สัปดาห์ วันอาทิตย์ เวลา 13.30-17.00น **** หลักสูตรฮวงจุ้ย 3 นี้จะเปิดเพียงปีละ1ครั้งเท่านั้น ติดต่อสอบถามและลงทะเบียน : คุณเพ็ชรมณี (ซ้วง) TEL. 086-098-4475, 089-018 6888 สถานที่ : อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 (ดูแผนที่ในหัวข้อที่ฝั่งซ้ายมือของเวป) อัตราค่าเรียน : 4,500 บาท สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนและโอนเงินล่วงหน้า (เพื่ออำนวยความสะดวก ในการจัดเตรียมสถานที่ เตรียมเอกสาร และอาหารว่าง) 5,000 บาท สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนหน้างาน การจองสัมมนาฮวงจุ้ย ขั้น 3 โปรดโอนค่าสัมมนาตามบัญชีที่ระบุ แล้ว Fax ใบ Pay-in พร้อมทั้ง ชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ของท่านมาที่ 02-630-6090 *เพื่อประโยชน์ของท่าน กรุณาพิมพ์หรือเขียนชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ของท่าน ด้วยตัวบรรจงอย่างชัดเจน * ชื่อบัญชี นส.เพ็ชรมณี รัตนธนาวัฒน์ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี ดังต่อไปนี้ - ธ. กรุงไทยฯ สาขาย่อย อาคารสเตททาวเวอร์ เลขที่ 687-0-00089-1 - ธ. กรุงเทพ สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 242-0-31436-7 - ธ. กสิกรไทย สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 014-2-61771-4 - ธ. ไทยพาณิชย์ สาขาบางรัก ออมทรัพย์ เลขที่ 054-2-46411-8 ++พลาดไม่ได้เป็นอันขาด++ (สำหรับผู้ที่ไม่ว่างในบางสัปดาห์ที่ตรงกับช่วงเรียน หรือลงทะเบียนเรียนไม่ทันในสัปดาห์แรก แต่สนใจที่จะเรียน ท่านสามารถที่จะลงทะเบียนเรียนย้อนหลังได้ โดยจัดวันและเวลาที่ท่านว่าง มาเรียนกับ VDO ที่ทางสถาบันได้ถ่ายเอาไว้ แล้วครั้งถัดๆไปก็สามารถมาเข้าเรียนสดร่วมกับท่านอื่นๆ หรืออาจเลือกที่จะเรียนกับ VDO ทั้ง 3 ครั้งก็ได้) กลับไปหน้าหลัก ฮวงจุ้ย
<< Previous 1 2 3 Next >>
ความรู้เรื่องฮวงจุ้ย
ประวัติของวิชาฮวงจุ้ย แบ่งเป็นกี่สำนัก
ในหลักการของวิชาฮวงจุ้ยนั้น ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องกว่า 5000 ปี โดยในแต่ละยุคก็จะมีปรมาจารย์ที่คิดค้นและต่อยอดจนเกิดวิชาใหม่ๆขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงเมื่อประมาณ 200 ปีก่อนในสมัยของเฉียนหลงฮ่องเต้ ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากและรัชกาลที่ 1 ของราชวงศ์จักร๊ พระองค์ได้มีการจัดสำรวจจำนวนสำนักฮวงจุ้ยในแผ่นดินจีน พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 150 สำนัก แต่หากจะจัดกลุ่มตามพื้นฐานที่มาที่ไปของทฤษฎี ก็พอที่จะจัดกลุ่มได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ก็คือ กลุ่มที่ใช้ระบบซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี) และกลุ่ม ซำง้วง(ไตรภพ) ในระบบซาฮะซี๊เก็ก (ไตรภาคี) จะเป็นการนำหลักการในระบบธาตุแท้แบบวิชาดวงจีน (โป๊ยหยี่ซี้เถียว) คือ 10 ราศีบน และ 12 ราศีล่าง มาคำนวณหาความสัมพันธ์ของทิศทางดีร้าย เพื่อที่จะหาสัมพันธ์ระหว่าง ธาตุแท้ของทิศทาง พลังดิน ให้เข้ากับ ธาตุแท้ของดวงบุคคล พลังคน โดยเลือกฤกษ์วันในการกระทำการจาก ธาตุแท้ของกาลเวลา พลังฟ้า (ปี เดือน วัน ยาม) ซึ่ง เรียกว่า...ฟ้า-คน-ดิน สัมพันธ์ จึงจะมีประสิทธิภาพในการใช้งาน ซึ่งวิชาในกลุ่มนี้นั้น ก็ได้แก่ 24 ภูมิของวงฟ้า / วงคน / วงดิน, ระบบทางน้ำเข้า-ออก12 เชี่ยงแซ, ทิศวิบัติของภูมิทั้ง 8 (โป๊ยเก็งอึ้งจั๋วสัวะ), 60 มังกร, 72 มังกร, 120 มังกร และ 240 มังกร รวมไปถึงวงนอกสุดซึ่งเป็นฮวงจุ้ยระบบ 28 ดาวฤกษ์ โดยที่แต่ละวงนั้นแท้ที่จริงแล้วก็เกิดจากอาจารย์คนละท่านซึ่งอยู่คนละยุคสมัยได้คิดค้นขึ้นตามทัศนะของตนเอง โดยเริ่มแรกนั้น มีเฉพาะ 24 ภูมิของวงดิน ซึ่งออกแบบตามวงโคจรของโลกรอบพระอาทิตย์ ที่ทำให้เกิดฤดูกาล และเดือนทั้ง 12 แล้วแบ่งเป็นครึ่งเดือนแรกกับครึ่งเดือนหลัง เรียกว่า 24 สารท เป็นที่มาของวงดินนี้ ต่อมาปรมาจารย์หยางกงซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์ถัง หลังจากที่เกิดความเบื่อหน่ายระบบราชการที่มีแต่การแก่งแย่งแข่งขัน จึงได้ลาออกจากราชการในตำแหน่งสุดท้ายคือพระโหราธิบดีประจำวังหลวง ได้เดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดเมืองก้านโจว ใช้เวลาที่เหลือของชีวิตคิดค้น 24 ภูมิของวงฟ้า และระบบ 72 มังกรขึ้นมา โดยที่ปรมาจารย์ท่านนี้เองที่ได้เปิดโรงเรียนฮวงจุ้ยขึ้นมาอย่างเป็นทางการ ณ หมู่บ้านซานเหลียว ห่างจากก้านโจวประมาณ 100 กม. และเป็นสำนักที่ส่งซินแสเข้าไปรับราชการเป็นโหราธิบดีประจำพระราชวังหลวงมาเกือบทุกราชวงศ์ สถาบันแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตซินแสที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเวลาต่อมา ซึ่งได้มีการสืบทอดกันมาถึงในปัจจุบัน ถัดมาในภายหลังจากยุคของปรมาจารย์หยางกงอีกประมาณ 400 ปี ได้มีอัจฉริยะคนใหม่เกิดขึ้นในวงการฮวงจุ้ยชื่อ ไล่ปู้อี้ ท่านนี้ก็เป็นลูกศิษย์ในสายของปรมาจารย์หยางกง โดยท่านได้คิดค้นสูตรการคำนวณในทางฮวงจุ้ยขึ้นมาใหม่อีกหลายวิชา ได้แก่ 24 ภูมิของวงมนุษย์ และระบบ 60 มังกร รวมทั้งฮวงจุ้ยระบบ 28 ดาวฤกษ์ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินเดียตั้งแต่ช่วงคริสต์ศักราชที่ 2 พร้อมๆกับการเข้ามาของศาสนาพุทธในจีน โดยที่ระบบของอินเดียจะเป็น 27 ดาวฤกษ์ โดยใช้กับการหาฤกษ์ยามและทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองและบุคคล นอกจากนี้ ในยุคถัดๆมา ก็มีปรมาจารย์บางท่านมาคิดค้นวงอื่นๆเพิ่มเติมใส่ลงไปในเข็มทิศหล่อแกของระบบซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี) นี้อีก นั่นคือวิชา 120 มังกร แล้วเมื่อเวลาผ่านไปอีกหลายรุ่นก็มีอาจารย์อีกท่านก็คิดวิชา 240 มังกรเพิ่มวงซ้อนเข้าไปอีก ในขณะที่อาจารย์บางท่านก็คงกลัวน้อยหน้า จึงได้มีการคิดวิชาใหม่ๆ เพิ่มวงเข้าไปในหล่อแกอีกหลายชั้น ไม่ว่าจะเป็นวิชาโป๊ยเก็งอึ้งจั๋วสัวะ (ทิศวิบัติของภูมิทั้ง 8) ตามมาด้วยระบบไท้เอี๊ยงเก้าซัว-ไท้เอี๊ยงเก้าเหี่ยง (วิชาตะวันส่องภูมิบ้าน) เป็นต้น การเพิ่มเติมวิชาใส่ลงไปในเข็มทิศหล่อแกระบบซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี) เริ่มนิ่งในปลายสมัยราชวงศ์ชิงเมื่อประมาณ 200 กว่าปีมานี่เอง ดังนั้น การจัดฮวงจุ้ยด้วยระบบวิชาซาฮะซี๊เก็กนี้ จึงมีการวิธีใช้งานที่หลากหลายแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีสำนักที่อ้างว่าตัวเองเป็นผู้สืบทอดวิชาซาฮะของปรมาจารย์หยางกงมากถึง 120 สำนัก เช่น บางสำนักยังคงรักษาวิธีการดั้งเดิมของปรมาจารย์หยางกง แบบที่ไม่นำเอาวิธีการใหม่ๆของอาจารย์ท่านอื่นๆ ที่คิดค้นขึ้นในภายหลัง เราเรียกระบบนี้ว่า หยางกงกู๋ฝ่า ระบบดั้งเดิมของปรมาจารย์หยางกง ส่วนสำนักที่ประยุกต์ใช้ทั้งระบบเดิมและระบบใหม่ที่คิดค้นขึ้นในภายหลัง ก็จะเรียกว่า หยางกงสิงฝ่า หยางกงระบบใหม่ หรือบางสำนักก็ตั้งชื่อใหม่ๆ เช่น ซาฮะ หรือ ซี้เก็ก โดยในการต่อมาทางราชสำนักได้เข้ามาจัดกลุ่มวิชาใหม่ แล้วตั้งชื่อควบรวมวิชาที่เป็นของสายท่านอาจารย์หยางกงนี้ว่า ซาฮะซี๊เก็ก ในที่สุด โดยในปัจจุบันท่านปรมาจารย์หลีติงซิน เป็นผู้สืบทอดวิชาจากอดีตปรมาจารย์หยางกงคนปัจจุบัน ซึ่งหลังจากหนีกลับบ้านเกิดที่ก้านโจว ได้ตระเวนเดินทางไปศึกษาคิดค้นวิชาฮวงจุ้ยใหม่ๆ พร้อมทั้งได้ช่วยเหลือชาวบ้านที่พบเจอระหว่างทาง จนได้รับการขนานนามจากคนทั่วไปว่า "หยางหยุนสง" หรือ "หยาง ผู้ช่วยเหลือคนยาก" ท่านอาจารย์หยางกงมีศิษย์เอก 3 คน โดยท่านที่หนึ่งคือปรมาจารย์เจิ้นเหวินชาง ท่านที่ 2 คือปรมาจารย์ลู่เจียงตง และท่านที่ 3 คือปรมาจารย์หลีซานซู ซึ่งท่านนี้เองที่เป็นต้นตระกูลของอาจารย์หลีติงซิน ที่ อ.มาศได้เดินทางไปศึกษาตามรอยของท่านที่พำนักอยู่เมืองก้านโจว ประเทศจีน โดยท่านปรมาจารย์หลีติงซินเป็นผู้วางฮวงจุ้ยให้กับบุคคลและสถานที่สำคัญทั่วโลก รวมทั้งพระราชวังต่างๆอีกด้วย โดยเคยได้รับเชิญมาจัดวางฮวงจุ้ยให้กับบุคคลระดับสูงในประเทศไทยทั้งสิ้นจำนวน 3 ครั้ง ภาพปรมาจารย์หลีติงซิน เมื่อครั้งเดินทางมาวางฮวงจุ้ยในสถานที่สำคัญในประเทศไทยซึ่งเป็นเขตพื้นที่หวงห้ามเฉพาะที่สุดในประเทศ (ซึ่งทุกท่านก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นที่ไหน) โดยมีท่านอาจารย์เกรียงไกรได้รับเชิญมาเป็นผู้ช่วย ภาพ อ.มาศ เมื่อครั้งเดินทางไปศึกษาวิชาฮวงจุ้ยระบบดั้งเดิมกับปรมาจารย์หลีติงซินที่ก้านโจว ประเทศจีน ส่วนกลุ่มซำง้วง (ไตรภพ) นั้น จะเป็นการนำหลักการในระบบธาตุของข่วย แบบวิชาอี้จิง โดยจะมองทุกสิ่งแปลงให้เป็นข่วย ทั้งฟ้า-คน-ดิน เพื่อหาสัมพันธ์ระหว่างธาตุข่วยของทิศทาง ให้เข้ากับ ธาตุข่วยของดวงบุคคล โดยเลือกฤกษ์วันในการกระทำการจากธาตุข่วยของกาลเวลา (ปี เดือน วัน ยาม) ซึ่งเป็นพลังที่มาจากฟ้า เรียกว่าฟ้า-คน-ดินสัมพันธ์ จึงจะมีประสิทธิภาพในการใช้งาน โดยคำว่า ซำง้วง นั้น ถ้าจะแปลตรงตัว คำว่าซำ แปลว่า 3 ....ส่วนคำว่าง้วง นั้นแปลว่าภพ ซึ่งหมายถึง เส้นพลังงาน 3 เส้นที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นข่วยนั้น มีความสมบูรณ์ในตัว คือเส้นบนนั้นเรียกว่าเส้นฟ้า(หรือภพบน) ส่วนเส้นกลางนั้นคือเส้นมนุษย์(หรือภพกลาง) และเส้นล่างนั้นคือเส้นดิน(หรือภพล่าง) โดยปรมาจารย์ในสายนี้ก็ได้แก่ท่านเจี่ยงต้าหง (แต้จิ๋วอ่านว่า...เจียไต่ฮ้ง) ซินแสที่มีชื่อเสียงที่สุดในอดีตท่านหนึ่ง ผู้คนเรียกขานท่านว่า "ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน" เจ้าของวลี ลิขิตฟ้าไม่อาจเปิดเผย ที่หนังจีนหลายๆเรื่องชอบอ้างอิงถึงนั่นเอง ส่วนอีกท่านหนึ่งก็คือ ปรมาจารย์ตันหยางหวู และเสินจู่เหริน โดยผู้สืบทอดคนปัจจุบันในสายของ อ.ตันหยางหวูนั้น ก็คือ อาจารย์หลีเหยา แห่งมาเลย์เซีย ภาพตันหยางหวู ภาพ อ.มาศ เมื่อครั้งที่ไปเรียนกับท่านอาจารย์หลีเหยา ระบบซำง้วงนั้น...ก็มีวิชาที่อยู่ในกลุ่มนี้มีอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งได้แก่ หลักจับซี้ข่วย(64ข่วย) , ไต้ซำง้วง (ไตรยุคใหญ่), กิวแช (ดาว 9 ยุค), จี๋แปะก๊วก(ดาว1-9 ม่วงขาว), เฮี้ยงคงปวยแช (ดาวเหิน) , เหล่งมึ๊งโป๊ยเก็ก (8 ประตูมังกร) หรือ โป๊ยแทะ(บ้านแปดทิศ และ 24 ทิศของระบบหนับกะ) เป็นต้น โดยสรุปก็คือ วิชาฮวงจุ้ยสำนักใดใช้ระบบธาตุแบบวิชาดวงจีน ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี) ส่วนวิชาฮวงจุ้ยสำนักใดใช้ระบบธาตุของข่วย ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มซำง้วง (ไตรภพ) นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันนี้ซินแสทั้งหมดกว่าร้อยละ 90 ที่อาศัยอยู่ในเมืองจีนในปัจจุบัน รวมทั้งซินแสฮวงจุ้ยรุ่นอาวุโสในเมืองไทยเกือบทั้งหมดล้วนแล้วแต่ใช้วิชาในกลุ่มซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี)นี้ เรียกว่าเป็นวิชามาตรฐานที่ซินแสส่วนใหญ่ใช้กัน เหมือนกับยาพาราเซตตามอล ที่หมอทุกคนต้องรู้จัก เพียงแต่วิธีการประยุกต์ใช้งานมีความหลากหลายแตกต่างกันไป ส่วนวิชาในกลุ่มซำง้วงนั้น มีผู้รู้จริงและนำมาใช้งานค่อนข้างน้อยไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของซินแสทั้งหมด แต่ในช่วง 30 ปีหลังมานี้เอง ที่คัมภีร์ดาวเหิน (เสวียนคงเฟยสิง หรือภาษาแต้จิ๋วอ่านว่า...เฮี่ยงคงปวยแช) ซึ่งเป็นวิชาสำคัญที่สุดวิชาหนึ่งในระบบ ซำง้วง ได้รับความกรุณาจากท่านปรมาจารย์เสินจู่เหริน นำมาตีพิมพ์เผยแพร่ออกสู่ท้องตลาดให้โลกได้รับรู้ถึงความมหัศจรรย์ของวิชานี้ บุคคลทั่วไปจึงมีโอกาสเข้าถึงวิชาที่ซินแสระดับโลกเขาใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นท่านไป่เฮ้อหมิง (แต้จิ๋วอ่านว่า แป่ห่อเม้ง) อันดับหนึ่งของฮ่องกง ซึ่งเมืองไทยก็มีการแปลหนังสือของอาจารย์ท่านนี้ออกมา 3-4 เล่ม หรือจะเป็นอาจารย์หลี่กุ้ยหมิ่ง(ฮ่องกง), อ.เฉินปุ่ยเซิน(ฮ่องกง), อ.เหอเจาควง(ฮ่องกง) , อ.เลมอน โล, อ.ตันคุนหยง (สิงค์โปร์) อ.โจเซฟ หยู (แคนาดา), อ.ยับชิงไห่(มาเลย์เซีย) หรือ อ.หลีเหยา ก็ล้วนแล้วแต่ใช้วิชานี้ ดังนั้น การที่มีสำนักฮวงจุ้ยในประเทศไทยบางแห่ง เขียนบิดเบือนประวัติศาสตร์ด้วยการประกาศในเวบไซต์ว่า วิชาฮวงจุ้ยระบบดาวเหิน (เสวียนคงเฟยสิง) นั้นเป็นวิชาระดับที่ซินแสชาวบ้านใช้กัน ไม่ใช่ระบบวิชาชั้นสูงที่ซินแสมืออาชีพพึงใช้ แต่จะต้องเป็นวิชาที่ตนเองใช้เท่านั้น ซึ่งเมื่อตรวจสอบดูแล้ว ก็ใช้วิชาผสมของซาฮะซี๊เก็กของระบบใหม่ (ซานเหอสิงฝ่า) ไม่ใช่ระบบต้นตำรับเดิมของปรมาจารย์หยางกง แถมบอกว่าวิชาฮวงจุ้ยต่างๆถูกคิดค้นมาให้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นหลายพันปีมาแล้ว โดยต้นตระกูลของตนเองและตนผู้ที่ได้รับสืบทอด โดยไม่เคยพัฒนาเปลี่ยนแปลงเลย จึงเป็นการหลอกลวงบุคคลทั่วไปที่ไม่มีภูมิความรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์ทางฮวงจุ้ยให้หลงเชื่อเท่านั้น หรือหากสนใจข้อมูลเกี่ยวกับวิชาฮวงจุ้ยระบบดั้งเดิมของปรมาจารย์หยางกง ต้นตำหรับของวิชาซาฮะซี๊เก็กทั้งหมด ลองเข้าไปที่ลิ้งนี้ Yang Gong
หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง
หลักการของฮวงจุ้ย...เป็นวิชาที่ว่าด้วยสูตรลับในการคำนวณกระแสพลัง ที่นักปราชญ์ชาวจีนในอดีตได้คิดค้นขึ้น เพื่อหาหนทางที่จะเหนี่ยวนำพลังงานของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวให้มาเสริมคน ซึ่งกระแสพลังเหล่านี้ ก็คือพลังงานของแม่เหล็กโลกที่ห่อหุ้มโลกทั้งใบไว้ เนื่องจากมนุษย์ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กโลกอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทั้งชีวิตของเรา... คนส่วนมากเข้าใจว่า ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ และมีลักษณะที่เป็นส่วนหนึ่งของลัทธิ ศาสนา หรือเป็นความเชื่องมงายของคนโบราณ ที่ไม่สามารถหาเหตุและผลที่แท้จริงได้ เนื่องจากหนังสือฮวงจุ้ยทั่วไปที่วางขายอยู่ในท้องตลาด ก็ล้วนแล้วแต่มีลักษณะของการรวบรวมสารพัดความเชื่อ เช่น การติดเสือคาบดาบ หรือกระจกแปดทิศ(โป๊ยข่วย) การตั้งตุ๊กตาสัตว์นำโชค เครื่องรางของขลังแก้เคล็ด การไหว้เจ้าขอพรตามศาล หรือทำพิธีกรรมต่างๆ จนทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดคิดว่าวิชาฮวงจุ้ยคือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว จึงเกิดความงมงาย ยึดติดกับความเชื่อผิดๆ และไม่สามารถนำมาใช้เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้อย่างแท้จริง
ถอดรหัสชีวิต ไมเคิล แจ็คสัน
ถอดบาร์โค้ดรหัสชีวิต ไขความลับลิขิตฟ้า ถอดรหัสชีวิต ไมเคิล แจ็คสัน แบบโหราศาสตร์จีน โดย อ.ชล
<< Previous 1 2 3 4 Next >>
กรณีศึกษาจริง
วีรันดา รีสอร์ตแอนด์สปา
คงจะพอรู้จักกันแล้วบ้างแล้ว...สำหรับชื่อของ...วีรันดา รีสอร์ตแอนด์สปา ซึ่งเป็นรีสอร์ตระดับ 5 ดาว ที่เป็นฉากของละครหลายๆเรื่อง เช่น สวรรค์เบี่ยงอันโด่งดัง ในตอนที่เคน-ธีรเดช ไปแสดงความโรแมนติกกับ แอน-ทองประสม ซึ่งทางเจ้าของได้เชิญ อ.มาศ ให้ไปช่วยดูและเลือกแปลงที่ดินชายทะเล เพราะที่ดินแปลงดังกล่าวนั้น เดิมทีเจ้าของเก่าเป็นหนี้เอนพีแอล ถูกธนาคารยึดมาขายทอดตลาด ซึ่งเมื่อ อ.มาศ ได้เดินสำรวจและตรวจสอบรูปแบบทางพลังงานของที่ดินแปลงดังกล่าว ก็พบว่าเป็นเพชรในตมโดยแท้ เพียงแต่เจ้าของเดิมไม่รู่จักวิธีการออกแบบทางฮวงจุ้ยที่เหมาะสม เหมือนมีเหมือนเพชรแต่ก็ขุดไม่เป็น อ.มาศ จึงได้ชี้ทางและให้คำแนะนำเคล็ดลับแก่ผู้ที่เชิญไปดูที่ดินแปลงดังกล่าวให้ความมั่นใจว่าสามารถนำมาทำรีสอร์ตได้แน่นอน ทางผู้ที่เชิญไปดูจึงได้ตัดสินใจซื้อ
ยอดขายเพิ่มจาก 10 ล้านเป็น 60 ล้านภายใน 2 ปี
เมื่อหลายปีก่อนคุณอิศรทรัพย์ ได้เริ่มเปิดกิจการเล็กๆขึ้นมาแห่งหนึ่ง เป็นบริษัทขายอุปกรณ์ส่งสัญญาณสื่อสาร มีพนักงานไม่ถึง 10 คน ธุรกิจลุ่มๆดอนๆมาตลอด ทั้งที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ แต่โชคก็ยังไม่หันกลับมาเข้าข้างเขา ต่อมาจึงได้เริ่มฉุกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชะตาชีวิต จึงได้เริ่มต้นค้นคว้าหาความรู้โดยการซื้อหนังสือหลายๆเล่มมาอ่าน รวมทั้งหนังสือฮวงจุ้ย จนเริ่มเข้าใจว่าอันที่จริงแล้วชีวิตของคนนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่งและความขยันเพียงอย่างเดียว ยังต้องมีความเฮงด้วย ! โดยที่แห่งที่มาของความเฮงนั้นมีอยู่ 2 ประการ ก็คือ พลังที่จากท้องฟ้าของดวงดาวต่างๆที่เรียกว่า ดวง ซึ่งเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ได้ กับอีกประการหนึ่งนั้นคือ...พลังจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ที่เรียกว่าฮวงจุ้ย! แต่พยายามอ่านหนังสือฮวงจุ้ยตั้งไม่รู้กี่เล่ม ลองจัดตามหนังสือตั้งหลายวิธี ซื้ออุปกรณ์ฮวงจุ้ยหลายอย่างที่เชื่อว่าจะช่วยเขาได้มาตั้งเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ต่างๆดีขึ้นเลย จึงได้เริ่มเสาะแสวงหาซินแสฮวงจุ้ยมาช่วยดูให้หลายคนแต่ก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงแตกต่างชัดเจนนัก ซึ่งก็ยังไม่ทำให้เขาถึงกับหมดศรัทธาในหลักวิชาโบราณนี้ จนได้มาพบกับอาจารย์มาศเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จึงตัดสินใจเชิญ อ.มาศมาช่วยตรวจฮวงจุ้ยที่สำนักงานของเขา....
สุดยอดวิชาพิฆาตทิศอสูรมานำโชค
ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา...อาจารย์มาศได้เปิดเริ่มเปิดหลักสูตรฮวงจุ้ยภาษาอังกฤษ โดยได้ประเดิมสอน "วิชาพิฆาตทิศอสูรมานำโชค" ซึ่งเป็นสุดยอดเคล็ดวิชาทางฮวงจุ้ยที่ซินแสทุกคนปรารถนาอยากจะรู้ เนื่องมาจากเพื่อนๆของคุณไอรีนที่เป็นซินแสชื่อดังในประเทศต่างๆในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เดินทางไปฟังการบรรยายของอาจารย์มาศในงานฮวงจุ้ยโลกที่สิงคโปร์ในเรื่อง"วิชาพิฆาตทิศอสูรมานำโชค" จึงพยายามรวมตัวกันให้คุณไอรีนมาเชิญอาจารย์มาศช่วยสอนวิชานี้หลายครั้ง แต่อ.มาศก็ไม่ยอมรับปาก เพราะเป็นเคล็ดวิชาประจำตัวที่ใช้เวลาเสาะแสวงหามาหลายปี จนกระทั่ง...พวกเขาบอกเหตุผลที่ทำให้อ.มาศเกิดยอมใจอ่อน เพราะเห็นแก่ความตั้งใจจริงของกลุ่มซินแสแต่ละคนที่จะสามารถนำไปใช้ช่วยเหลือคนในประเทศของตนเองได้ เพราะทุกๆคนจะมีปัญหาคล้ายๆกันก็คือ...ถ้าบ้านทั่วๆไปก็สามารถจะจัดได้ผลดีไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นบ้านที่หลังพิงทิศอสูรประจำปีก็จะทำอะไรไม่ได้ ต้องรอจนกว่าจะข้ามปีไปก่อนไม่สามารถช่วยบรรเทาทุกข์แก่ลูกค้าที่กำลังเดือดร้อนได้ จึงได้ยอมที่จะเปิดสอนให้...
<< Previous 1 2 Next >>