สถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ย
แห่งประเทศไทย 
อ.มาศ เคหาสน์ธรรม

 Home
  • ความรู้เรื่องฮวงจุ้ย
  • กรณีศึกษาทางฮวงจุ้ย
  • รายละเอียดหลักสูตรที่สอน
  • กำหนดการในการสอน
  • ทัศนะของผู้ที่เคยมาเรียน
  • ซอฟแวร์เกี่ยวกับฮวงจุ้ย
  • ขอบข่ายเรื่องที่ให้คำปรึกษา
  • ประวัติ อ.มาศ
  • ติดต่อ อ.มาศ
  • จากใจท่านอาจารย์
  • ทิศร้ายประจำปี
  • รับบรรยายให้องค์กรต่างๆ
  • แผนที่อาคารทิปโก้
  • ฮวงจุ้ยสำหรับวัยรุ่น/หนุ่มสาว
  • ฮวงจุ้ยเศรษฐกิจประจำปี
  • หนังสือและVCDของ อ.มาศ
  • ความเข้าใจผิดเรื่องฮวงจุ้ย
  • บทสัมภาษณ์ของ อ.มาศ
  • รักษาสุขภาพด้วยภูมิปัญญาจีน
  • พบ อ.มาศทางทีวี
  • เรียนฮวงจุ้ยทางVDO
  • >>>เตือนภัยสำนักเถื่อน
  • English Article
  • แลกเปลี่ยนลิ้ง
  •  quick search

    News

      advanced  

    English  Thai
    อาจารย์มาศ ได้รับเชิญออกรายการวีไอพี VIP
    อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม ได้รับเชิญออกรายการ VIP ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 ในวันที่จันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 22.15 - 24.00น.






    คลิป วิดีโอ : อ. มาศ เคหาสน์ธรรม ซินแสไฮเทค ใน วีไอพี V I P (08-02-10)





    อ. มาศ เคหาสน์ธรรม หมอดูไฮเทค ใน วีไอพี V I P (08-02-10) - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

    08 Feb 2010 by admin


    ประวัติของวิชาฮวงจุ้ย แบ่งเป็นกี่สำนัก
    ในหลักการของวิชาฮวงจุ้ยนั้น ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องกว่า 5000 ปี โดยในแต่ละยุคก็จะมีปรมาจารย์ที่คิดค้นและต่อยอดจนเกิดวิชาใหม่ๆขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงเมื่อประมาณ 200 ปีก่อนในสมัยของเฉียนหลงฮ่องเต้ ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากและรัชกาลที่ 1 ของราชวงศ์จักร๊ พระองค์ได้มีการจัดสำรวจจำนวนสำนักฮวงจุ้ยในแผ่นดินจีน พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 150 สำนัก แต่หากจะจัดกลุ่มตามพื้นฐานที่มาที่ไปของทฤษฎี ก็พอที่จะจัดกลุ่มได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ก็คือ กลุ่มที่ใช้ระบบซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี) และกลุ่ม ซำง้วง(ไตรภพ)

    ในระบบซาฮะซี๊เก็ก (ไตรภาคี) จะเป็นการนำหลักการในระบบธาตุแท้แบบวิชาดวงจีน (โป๊ยหยี่ซี้เถียว) คือ 10 ราศีบน และ 12 ราศีล่าง มาคำนวณหาความสัมพันธ์ของทิศทางดีร้าย
    เพื่อที่จะหาสัมพันธ์ระหว่าง “ธาตุแท้ของทิศทาง – พลังดิน” ให้เข้ากับ “ธาตุแท้ของดวงบุคคล– พลังคน” โดยเลือกฤกษ์วันในการกระทำการจาก “ธาตุแท้ของกาลเวลา – พลังฟ้า” (ปี เดือน วัน ยาม) ซึ่ง เรียกว่า...ฟ้า-คน-ดิน สัมพันธ์ จึงจะมีประสิทธิภาพในการใช้งาน

    ซึ่งวิชาในกลุ่มนี้นั้น ก็ได้แก่ 24 ภูมิของวงฟ้า / วงคน / วงดิน, ระบบทางน้ำเข้า-ออก12 เชี่ยงแซ, ทิศวิบัติของภูมิทั้ง 8 (โป๊ยเก็งอึ้งจั๋วสัวะ), 60 มังกร, 72 มังกร, 120 มังกร และ 240 มังกร รวมไปถึงวงนอกสุดซึ่งเป็นฮวงจุ้ยระบบ 28 ดาวฤกษ์

    โดยที่แต่ละวงนั้นแท้ที่จริงแล้วก็เกิดจากอาจารย์คนละท่านซึ่งอยู่คนละยุคสมัยได้คิดค้นขึ้นตามทัศนะของตนเอง โดยเริ่มแรกนั้น มีเฉพาะ 24 ภูมิของวงดิน ซึ่งออกแบบตามวงโคจรของโลกรอบพระอาทิตย์ ที่ทำให้เกิดฤดูกาล และเดือนทั้ง 12 แล้วแบ่งเป็นครึ่งเดือนแรกกับครึ่งเดือนหลัง เรียกว่า 24 สารท เป็นที่มาของวงดินนี้

    ต่อมาปรมาจารย์หยางกงซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์ถัง หลังจากที่เกิดความเบื่อหน่ายระบบราชการที่มีแต่การแก่งแย่งแข่งขัน จึงได้ลาออกจากราชการในตำแหน่งสุดท้ายคือพระโหราธิบดีประจำวังหลวง ได้เดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดเมืองก้านโจว ใช้เวลาที่เหลือของชีวิตคิดค้น 24 ภูมิของวงฟ้า และระบบ 72 มังกรขึ้นมา โดยที่ปรมาจารย์ท่านนี้เองที่ได้เปิดโรงเรียนฮวงจุ้ยขึ้นมาอย่างเป็นทางการ ณ หมู่บ้านซานเหลียว ห่างจากก้านโจวประมาณ 100 กม. และเป็นสำนักที่ส่งซินแสเข้าไปรับราชการเป็นโหราธิบดีประจำพระราชวังหลวงมาเกือบทุกราชวงศ์ สถาบันแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตซินแสที่ใหญ่ที่สุดในโลกในเวลาต่อมา ซึ่งได้มีการสืบทอดกันมาถึงในปัจจุบัน

    ถัดมาในภายหลังจากยุคของปรมาจารย์หยางกงอีกประมาณ 400 ปี ได้มีอัจฉริยะคนใหม่เกิดขึ้นในวงการฮวงจุ้ยชื่อ ไล่ปู้อี้ ท่านนี้ก็เป็นลูกศิษย์ในสายของปรมาจารย์หยางกง โดยท่านได้คิดค้นสูตรการคำนวณในทางฮวงจุ้ยขึ้นมาใหม่อีกหลายวิชา ได้แก่ 24 ภูมิของวงมนุษย์ และระบบ 60 มังกร รวมทั้งฮวงจุ้ยระบบ 28 ดาวฤกษ์ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินเดียตั้งแต่ช่วงคริสต์ศักราชที่ 2 พร้อมๆกับการเข้ามาของศาสนาพุทธในจีน โดยที่ระบบของอินเดียจะเป็น 27 ดาวฤกษ์ โดยใช้กับการหาฤกษ์ยามและทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองและบุคคล

    นอกจากนี้ ในยุคถัดๆมา ก็มีปรมาจารย์บางท่านมาคิดค้นวงอื่นๆเพิ่มเติมใส่ลงไปในเข็มทิศหล่อแกของระบบซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี) นี้อีก นั่นคือวิชา 120 มังกร แล้วเมื่อเวลาผ่านไปอีกหลายรุ่นก็มีอาจารย์อีกท่านก็คิดวิชา 240 มังกรเพิ่มวงซ้อนเข้าไปอีก

    ในขณะที่อาจารย์บางท่านก็คงกลัวน้อยหน้า จึงได้มีการคิดวิชาใหม่ๆ เพิ่มวงเข้าไปในหล่อแกอีกหลายชั้น ไม่ว่าจะเป็นวิชาโป๊ยเก็งอึ้งจั๋วสัวะ (ทิศวิบัติของภูมิทั้ง 8) ตามมาด้วยระบบไท้เอี๊ยงเก้าซัว-ไท้เอี๊ยงเก้าเหี่ยง (วิชาตะวันส่องภูมิบ้าน) เป็นต้น

    การเพิ่มเติมวิชาใส่ลงไปในเข็มทิศหล่อแกระบบซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี) เริ่มนิ่งในปลายสมัยราชวงศ์ชิงเมื่อประมาณ 200 กว่าปีมานี่เอง ดังนั้น การจัดฮวงจุ้ยด้วยระบบวิชาซาฮะซี๊เก็กนี้ จึงมีการวิธีใช้งานที่หลากหลายแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีสำนักที่อ้างว่าตัวเองเป็นผู้สืบทอดวิชาซาฮะของปรมาจารย์หยางกงมากถึง 120 สำนัก เช่น บางสำนักยังคงรักษาวิธีการดั้งเดิมของปรมาจารย์หยางกง แบบที่ไม่นำเอาวิธีการใหม่ๆของอาจารย์ท่านอื่นๆ ที่คิดค้นขึ้นในภายหลัง เราเรียกระบบนี้ว่า “หยางกงกู๋ฝ่า – ระบบดั้งเดิมของปรมาจารย์หยางกง” ส่วนสำนักที่ประยุกต์ใช้ทั้งระบบเดิมและระบบใหม่ที่คิดค้นขึ้นในภายหลัง ก็จะเรียกว่า “หยางกงสิงฝ่า – หยางกงระบบใหม่” หรือบางสำนักก็ตั้งชื่อใหม่ๆ เช่น “ซาฮะ หรือ ซี้เก็ก” โดยในการต่อมาทางราชสำนักได้เข้ามาจัดกลุ่มวิชาใหม่ แล้วตั้งชื่อควบรวมวิชาที่เป็นของสายท่านอาจารย์หยางกงนี้ว่า “ซาฮะซี๊เก็ก” ในที่สุด

    โดยในปัจจุบันท่านปรมาจารย์หลีติงซิน เป็นผู้สืบทอดวิชาจากอดีตปรมาจารย์หยางกงคนปัจจุบัน ซึ่งหลังจากหนีกลับบ้านเกิดที่ก้านโจว ได้ตระเวนเดินทางไปศึกษาคิดค้นวิชาฮวงจุ้ยใหม่ๆ พร้อมทั้งได้ช่วยเหลือชาวบ้านที่พบเจอระหว่างทาง จนได้รับการขนานนามจากคนทั่วไปว่า "หยางหยุนสง" หรือ "หยาง ผู้ช่วยเหลือคนยาก"

    ท่านอาจารย์หยางกงมีศิษย์เอก 3 คน โดยท่านที่หนึ่งคือปรมาจารย์เจิ้นเหวินชาง ท่านที่ 2 คือปรมาจารย์ลู่เจียงตง และท่านที่ 3 คือปรมาจารย์หลีซานซู ซึ่งท่านนี้เองที่เป็นต้นตระกูลของอาจารย์หลีติงซิน ที่ อ.มาศได้เดินทางไปศึกษาตามรอยของท่านที่พำนักอยู่เมืองก้านโจว ประเทศจีน โดยท่านปรมาจารย์หลีติงซินเป็นผู้วางฮวงจุ้ยให้กับบุคคลและสถานที่สำคัญทั่วโลก รวมทั้งพระราชวังต่างๆอีกด้วย โดยเคยได้รับเชิญมาจัดวางฮวงจุ้ยให้กับบุคคลระดับสูงในประเทศไทยทั้งสิ้นจำนวน 3 ครั้ง



    ภาพปรมาจารย์หลีติงซิน เมื่อครั้งเดินทางมาวางฮวงจุ้ยในสถานที่สำคัญในประเทศไทยซึ่งเป็นเขตพื้นที่หวงห้ามเฉพาะที่สุดในประเทศ (ซึ่งทุกท่านก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นที่ไหน) โดยมีท่านอาจารย์เกรียงไกรได้รับเชิญมาเป็นผู้ช่วย




    ภาพ อ.มาศ เมื่อครั้งเดินทางไปศึกษาวิชาฮวงจุ้ยระบบดั้งเดิมกับปรมาจารย์หลีติงซินที่ก้านโจว ประเทศจีน


    ส่วนกลุ่มซำง้วง (ไตรภพ) นั้น จะเป็นการนำหลักการในระบบธาตุของข่วย แบบวิชาอี้จิง โดยจะมองทุกสิ่งแปลงให้เป็นข่วย ทั้งฟ้า-คน-ดิน เพื่อหาสัมพันธ์ระหว่างธาตุข่วยของทิศทาง ให้เข้ากับ ธาตุข่วยของดวงบุคคล โดยเลือกฤกษ์วันในการกระทำการจากธาตุข่วยของกาลเวลา (ปี เดือน วัน ยาม) ซึ่งเป็นพลังที่มาจากฟ้า เรียกว่าฟ้า-คน-ดินสัมพันธ์ จึงจะมีประสิทธิภาพในการใช้งาน

    โดยคำว่า “ซำง้วง” นั้น ถ้าจะแปลตรงตัว คำว่า“ซำ” แปลว่า 3 ....ส่วนคำว่า“ง้วง” นั้นแปลว่าภพ ซึ่งหมายถึง เส้นพลังงาน 3 เส้นที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นข่วยนั้น มีความสมบูรณ์ในตัว คือเส้นบนนั้นเรียกว่าเส้นฟ้า(หรือภพบน) ส่วนเส้นกลางนั้นคือเส้นมนุษย์(หรือภพกลาง) และเส้นล่างนั้นคือเส้นดิน(หรือภพล่าง)

    โดยปรมาจารย์ในสายนี้ก็ได้แก่ท่านเจี่ยงต้าหง (แต้จิ๋วอ่านว่า...เจียไต่ฮ้ง) ซินแสที่มีชื่อเสียงที่สุดในอดีตท่านหนึ่ง ผู้คนเรียกขานท่านว่า "ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน" เจ้าของวลี “ลิขิตฟ้าไม่อาจเปิดเผย” ที่หนังจีนหลายๆเรื่องชอบอ้างอิงถึงนั่นเอง ส่วนอีกท่านหนึ่งก็คือ ปรมาจารย์ตันหยางหวู และเสินจู่เหริน โดยผู้สืบทอดคนปัจจุบันในสายของ อ.ตันหยางหวูนั้น ก็คือ อาจารย์หลีเหยา แห่งมาเลย์เซีย


    ภาพตันหยางหวู


    ภาพ อ.มาศ เมื่อครั้งที่ไปเรียนกับท่านอาจารย์หลีเหยา

    ระบบซำง้วงนั้น...ก็มีวิชาที่อยู่ในกลุ่มนี้มีอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งได้แก่ หลักจับซี้ข่วย(64ข่วย) , ไต้ซำง้วง (ไตรยุคใหญ่), กิวแช (ดาว 9 ยุค), จี๋แปะก๊วก(ดาว1-9 ม่วงขาว), เฮี้ยงคงปวยแช (ดาวเหิน) , เหล่งมึ๊งโป๊ยเก็ก (8 ประตูมังกร) หรือ โป๊ยแทะ(บ้านแปดทิศ และ 24 ทิศของระบบหนับกะ) เป็นต้น

    โดยสรุปก็คือ วิชาฮวงจุ้ยสำนักใดใช้ระบบธาตุแบบวิชาดวงจีน ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี) ส่วนวิชาฮวงจุ้ยสำนักใดใช้ระบบธาตุของข่วย ก็จะจัดอยู่ในกลุ่มซำง้วง (ไตรภพ) นั่นเอง

    ซึ่งในปัจจุบันนี้ซินแสทั้งหมดกว่าร้อยละ 90 ที่อาศัยอยู่ในเมืองจีนในปัจจุบัน รวมทั้งซินแสฮวงจุ้ยรุ่นอาวุโสในเมืองไทยเกือบทั้งหมดล้วนแล้วแต่ใช้วิชาในกลุ่มซาฮะซี๊เก็ก(ไตรภาคี)นี้ เรียกว่าเป็นวิชามาตรฐานที่ซินแสส่วนใหญ่ใช้กัน เหมือนกับยาพาราเซตตามอล ที่หมอทุกคนต้องรู้จัก เพียงแต่วิธีการประยุกต์ใช้งานมีความหลากหลายแตกต่างกันไป ส่วนวิชาในกลุ่มซำง้วงนั้น มีผู้รู้จริงและนำมาใช้งานค่อนข้างน้อยไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของซินแสทั้งหมด

    แต่ในช่วง 30 ปีหลังมานี้เอง ที่คัมภีร์ดาวเหิน (เสวียนคงเฟยสิง หรือภาษาแต้จิ๋วอ่านว่า...เฮี่ยงคงปวยแช) ซึ่งเป็นวิชาสำคัญที่สุดวิชาหนึ่งในระบบ “ซำง้วง” ได้รับความกรุณาจากท่านปรมาจารย์เสินจู่เหริน นำมาตีพิมพ์เผยแพร่ออกสู่ท้องตลาดให้โลกได้รับรู้ถึงความมหัศจรรย์ของวิชานี้ บุคคลทั่วไปจึงมีโอกาสเข้าถึงวิชาที่ซินแสระดับโลกเขาใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นท่านไป่เฮ้อหมิง (แต้จิ๋วอ่านว่า แป่ห่อเม้ง) อันดับหนึ่งของฮ่องกง ซึ่งเมืองไทยก็มีการแปลหนังสือของอาจารย์ท่านนี้ออกมา 3-4 เล่ม หรือจะเป็นอาจารย์หลี่กุ้ยหมิ่ง(ฮ่องกง), อ.เฉินปุ่ยเซิน(ฮ่องกง), อ.เหอเจาควง(ฮ่องกง) , อ.เลมอน โล, อ.ตันคุนหยง (สิงค์โปร์) อ.โจเซฟ หยู (แคนาดา), อ.ยับชิงไห่(มาเลย์เซีย) หรือ อ.หลีเหยา ก็ล้วนแล้วแต่ใช้วิชานี้

    ดังนั้น การที่มีสำนักฮวงจุ้ยในประเทศไทยบางแห่ง เขียนบิดเบือนประวัติศาสตร์ด้วยการประกาศในเวบไซต์ว่า วิชาฮวงจุ้ยระบบดาวเหิน (เสวียนคงเฟยสิง) นั้นเป็นวิชาระดับที่ซินแสชาวบ้านใช้กัน ไม่ใช่ระบบวิชาชั้นสูงที่ซินแสมืออาชีพพึงใช้ แต่จะต้องเป็นวิชาที่ตนเองใช้เท่านั้น ซึ่งเมื่อตรวจสอบดูแล้ว ก็ใช้วิชาผสมของซาฮะซี๊เก็กของระบบใหม่ (ซานเหอสิงฝ่า) ไม่ใช่ระบบต้นตำรับเดิมของปรมาจารย์หยางกง แถมบอกว่าวิชาฮวงจุ้ยต่างๆถูกคิดค้นมาให้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นหลายพันปีมาแล้ว โดยต้นตระกูลของตนเองและตนผู้ที่ได้รับสืบทอด โดยไม่เคยพัฒนาเปลี่ยนแปลงเลย จึงเป็นการหลอกลวงบุคคลทั่วไปที่ไม่มีภูมิความรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์ทางฮวงจุ้ยให้หลงเชื่อเท่านั้น

    หรือหากสนใจข้อมูลเกี่ยวกับวิชาฮวงจุ้ยระบบดั้งเดิมของปรมาจารย์หยางกง ต้นตำหรับของวิชาซาฮะซี๊เก็กทั้งหมด ลองเข้าไปที่ลิ้งนี้ Yang Gong
    04 Oct 2009 by admin

    หลักการของฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง


    หลักการของฮวงจุ้ย...เป็นวิชาที่ว่าด้วยสูตรลับในการคำนวณกระแสพลัง ที่นักปราชญ์ชาวจีนในอดีตได้คิดค้นขึ้น เพื่อหาหนทางที่จะเหนี่ยวนำพลังงานของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวให้มาเสริมคน ซึ่งกระแสพลังเหล่านี้ ก็คือพลังงานของแม่เหล็กโลกที่ห่อหุ้มโลกทั้งใบไว้ เนื่องจากมนุษย์ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสนามพลังของแม่เหล็กโลกอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทั้งชีวิตของเรา...



    คนส่วนมากเข้าใจว่า ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ และมีลักษณะที่เป็นส่วนหนึ่งของลัทธิ ศาสนา หรือเป็นความเชื่องมงายของคนโบราณ ที่ไม่สามารถหาเหตุและผลที่แท้จริงได้ เนื่องจากหนังสือฮวงจุ้ยทั่วไปที่วางขายอยู่ในท้องตลาด ก็ล้วนแล้วแต่มีลักษณะของการรวบรวมสารพัดความเชื่อ เช่น การติดเสือคาบดาบ หรือกระจกแปดทิศ(โป๊ยข่วย) การตั้งตุ๊กตาสัตว์นำโชค เครื่องรางของขลังแก้เคล็ด การไหว้เจ้าขอพรตามศาล หรือทำพิธีกรรมต่างๆ จนทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดคิดว่าวิชาฮวงจุ้ยคือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว จึงเกิดความงมงาย ยึดติดกับความเชื่อผิดๆ และไม่สามารถนำมาใช้เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้อย่างแท้จริง
    08 Sep 2009 by admin

    ถอดรหัสชีวิต ไมเคิล แจ็คสัน


    ถอดบาร์โค้ดรหัสชีวิต ไขความลับลิขิตฟ้า
    ถอดรหัสชีวิต ไมเคิล แจ็คสัน แบบโหราศาสตร์จีน โดย อ.ชล
    14 Jul 2009 by admin

    ทิศไตรอสูร


    ในทุกๆปี ยังจะมีทิศร้ายแรงประจำปีอีกชนิดหนึ่งซึ่งไม่ควรไปละเมิด กระทบกระเทือน ก่อให้เกิดการสั่นสะเทือน หรือเสียงดัง ณ ทิศดังกล่าว ซึ่งทิศร้ายในทางฮวงจุ้ยที่ควรทำความรู้จักและระวังไว้ ก็คือ "ทิศไตรอสูร" หรือที่เรียกเป็นภาษาจีนว่า "ซานซา หรือ ซาสัวะ" โดยเป็นหนึ่งในทิศร้ายแรงที่สุดประจำปี

    • ถ้าปีใดเป็นปีวอก , ชวด หรือ มะโรง ................ทิศใต้ เป็น ทิศอสูร

    • ถ้าปีใดเป็นปีกุน , เถาะ หรือ มะแม ...............ทิศตะวันตก เป็น ทิศอสูร

    • ถ้าปีใดเป็นปีขาล , มะเมีย หรือ จอ ................ทิศเหนือ เป็น ทิศอสูร

    • ถ้าปีใดเป็นปีมะเส็ง , ระกา หรือฉลู ................ทิศตะวันออก เป็น ทิศอสูร


    โดยในทางฮวงจุ้ยเขาตั้งชื่อทิศนี้ว่า....ซาสัวะ ซึ่งคำว่าซานั้นแปลว่า...3 ส่วนคำว่าสัวะ ก็แปลว่า...อสูร ซึ่งถ้าจะตั้งชื่อแบบไทยๆ ก็คงจะเรียกว่า...ทิศไตรอสูร หรือเรียกสั้นๆว่า ทิศอสูรประจำปี
    10 May 2009 by admin

    ฮวงจุ้ยประเทศไทย


    (ที่มา... บทสัมภาษณ์อาจารย์มาศ ลงในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ 24/10/51)

    ทำไมคนไทยถึงแตกแยก แบ่งเป็นสองสี เหลืองและแดง...

    เหตุไฉนการเมืองไทย เหมือน “ผีซ้ำด้ำพลอย” ไร้ทางใหม่ รัฐนาวาล่มสลายตลอดมาและนายกรัฐมนตรีอยู่ไม่ครบวาระ...

    คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่นี่คือ ชะตาฟ้าลิขิต ปริศนาแห่งศาสตร์ฮวงจุ้ยที่ได้วิเคราะห์ออกมาอย่างน่าติดตาม โดย อ.มาศ เคหาสน์ธรรม ซินแสชื่อดัง ผู้ให้คำตอบอีกแง่มุมหนึ่งของศาสตร์การทำนายของจีน ชี้ชัดถึงพลังงานบางอย่างของพลังจักรวาล ซึ่งไหลเวียนมาบรรจบครบ 60 ปี และตำแหน่งของศูนย์กลางในการบัญชาการบริหารราชการแผ่นดิน ที่เรียกว่าเป็น “จุดเสื่อม”


    จุดเปลี่ยนการเมืองไทย...


    อ.มาศ เคหาสน์ธรรม วิเคราะห์ว่า การเมืองไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ หากอยากรู้ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ให้ย้อนกลับไปดู 60 ปีที่แล้ว จะมีเหตุการณ์ที่คล้ายๆ กัน ซึ่งเป็นไปตามหลักการวิเคราะห์โชคชะตาในวิชาดวงจีน ซึ่งจะมีพลังงานที่ไหลเวียนกลับมาครบรอบเป็นชุดพลังทุก ๆ 60 ปี

    รับชมวิดีโอคำบรรยายฮวงจุ้ยประเทศไทย

    10 Apr 2009 by admin

    พนักงานเกียจคร้าน…ฮวงจุ้ยช่วยได้
    ถ้าคุณรู้สึกว่าหลังๆมานี้ ตัวคุณเองหรือพนักงานของคุณกลายเป็นคนที่ง่วงเหงาหาวนอนอยู่เสมอ เรียกว่าตกบ่ายเมื่อไหร่เป็นได้ออกอาการหนังท้องตึงแล้วหนังตาก็หย่อน อยากทราบไหมล่ะครับว่าวิชาฮวงจุ้ยจะช่วยเพิ่มระดับพลังงานในตัวของคุณหรือพนักงาน ได้อย่างไรบ้าง?




    ทางแก้ไข

    ด้วยภูมิปัญญาตะวันออกที่สั่งสมกันมาแต่โบราณ บอกเอาไว้ให้เรารู้ว่า ความรู้สึกอ่อนเพลียและง่วงเหงาหาวนอนเป็นสัญญาณที่บ่งว่าคุณมีความเป็นหยินมากเกินไป ให้ปรับความสมดุลด้วยการจัดสภาพแวดล้อมที่รายล้อมตนเองอยู่ ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นหยาง และกินอาหารที่เป็นพลังหยางมากขึ้น

    เสริมสร้างบรรยากาศในบ้านหรืออาคารสำนักงานและอาคารสำนักงานให้เป็นหยางมากขึ้น ด้วยการใช้สีสดๆตกแต่ง โดยเฉพาะสีแดง เหลือง และส้ม รักษาบริเวณบ้านหรืออาคารสำนักงานให้ดูโล่งมากๆ ปราศจากสิ่งรกๆ เกะกะ เพื่อให้พลังปราณชี่เคลื่อนไหวเร็วขึ้นและกระจายพลังหยางมากขึ้น ควรจัดวางต้นไม้ใบแหลมๆ เพื่อกระตุ้นพลังชี่ไหลเวียนเร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้ห้องของคุณดูกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวามากขึ้น นอกจากนี้ให้เสริมด้วยการเปิดเพลงที่เน้นจังหวะคึกคัก คลื่นความถี่ที่ส่งออกมาจะกระตุ้นประสาทสัมผัส และทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงว่องไวมากขึ้น.....(มีต่อ)
    29 May 2008 by admin

    เลือกคอนโดชั้นไหนดีให้ถูกฮวงจุ้ย
    ภาวะน้ำมันแพงขึ้นทุกวัน ช่วงนี้จึงมีคอนโดใหม่ๆเกิดขึ้นกันมากมายโดยเฉพาะโซนที่ติดแนวรถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน ทำให้ผู้คนที่เคยคิดจะมีบ้านที่มีบริเวณ มีเนื้อที่เยอะๆซึ่งส่วนใหญ่บ้านเหล่านี้ก็มักจะอยู่แถบชานเมือง ทำให้เสียค่าเดินทางมาก จึงต้องเปลี่ยนใจคิดหาบ้านในเมืองแทน แต่ก็เป็นเพราะราคาที่ดินกลางเมืองก็แพงเสียหลือเกิน คอนโดจึงเป็นทางเลือกที่ไม่ไกลเกินเอื้อมและตอบโจทย์ในกระเป๋า โครงการคอนโดมิเนียมต่างๆก็เลยบูมขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด

    ผู้ที่สนใจเรื่องฮวงจุ้ยก็มักจะหาเลือกชั้นยอดฮิต อาทิเช่น ชั้น 9 หมายถึงความก้าวหน้าชั้น 8 ซึ่งเป็นเลขมงคลในทางจีน หรือ ชั้น 27 เนื่องจาก 2+7 ได้ 9 เป็นต้น ในทางตรงกันข้ามชั้นที่คนกลัวที่สุดก็คงไม่พ้น ชั้น 13 เลขอาถรรพ์ของฝรั่ง ซึ่งคอนโดหลายแห่งมักเรียกว่าชั้น 12A แต่ก็มีชั้นที่กึ่งดีกึ่งร้ายก็คือ ชั้น 6 ซึ่งคนจีนบอกว่าดี เพราะไปคล้องกับคำว่า “ฮก” ที่มาจากเทพเจ้า ฮก ลก ซิ่ว แต่คนไทยบอกว่าไม่ดี เพราะเหมือน “หก” คะเมนตีลังกา แล้วจะเชื่อคนจีนหรือคนไทยดี

    การเลือกชั้นที่ถูกต้องคืออะไรแน่.....

    05 Aug 2007 by admin

    ผลกระทบทางฮวงจุ้ยจากรูปทรงสำนักงานที่ขาดหายไป
    เคยสังเกตกันไหมว่าออฟฟิตสำนักงานแต่ละแห่งมักจะมีปัญหาทางฮวงจุ้ยซ้ำๆกันเกิดขึ้น ถ้าที่ไหนคนชอบทะเลาะเบาะแว้งขัดแย้งกัน ก็จะเกิดขึ้นอีกบ่อยๆ แต่ถ้าหากที่ไหนพนักงานเข้ามาทำงานได้ไม่กี่เดือนก็ลาออก รับมาเมื่อไหร่ก็จะเป็นแบบนี้อยู่เรื่อยๆ หรือมีปัญหาประเภททุจริตกันในองค์กรอย่างเป็นล่ำเป็นสัน แบบที่ว่าตอนเข้ามาใหม่ๆก็ดูจะเป็นคนดี แต่อยู่ไปอยู่มากลับลอกคราบกลายเป็นจอมโจรหรือแมวขโมยกันไป จนรู้สึกว่าแก้ไม่ตกก็อย่าเพิ่งรีบท้อถอยหรือถอดใจกันไปซะก่อน เพราะเรื่องอย่างนี้ฮวงจุ้ยสามารถช่วยท่านได้.....

    08 Jun 2007 by admin

    ความลับของฟ้า จะแอบรู้ได้หรือไม่
    วิชาฮวงจุ้ยในด้านการคำนวณชะตาฟ้า ก็คือ วิธีการคำนวณพลังงานของจักรวาลที่ชาร์ตเข้าไปในตัวคน ณ วินาที ที่เราเกิด ที่เป็นตัวผลักดัน และกำหนดจังหวะโอกาสของแต่ละบุคคล ซึ่งนอกจากจะมีพลังประจำปี คือ ชวด ฉลู ขาล เถาะ ไปถึง กุน รวมเป็น 12 นักษัตร แล้วก็ยังมีพลังประจำเดือนอีก 12 ชนิด ที่พวกเราจะสังเกตพบว่าจำนวนเดือนทั้งหมดในหนึ่งปีก็จะมี 12 เดือนเช่นกัน โดยในแต่ละเดือนก็มีพลังแต่ละชนิดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเราก็สามารถนับเป็นแบบนักษัตรได้ด้วย โดยช่วงเดือนธันวาคมของทุกปีจะนับเป็นเดือนชวด และมกราคมเป็นเดือนฉลู ส่วนกุมภาพันธ์ก็เป็นเดือนขาล เป็นต้น ซึ่งทางไทยเราก็ได้มีการรับเอาวัฒนธรรมในการนับเดือนนี้เข้ามาเช่นกัน ซึ่งอยู่ในรูปแบบของเดือนทางจันทรคติ โดยช่วงเดือนธันวาคมจะนับเป็นเดือนหนึ่งหรือที่เรียกว่า เดือนอ้าย ในขณะที่มกราคมเป็นเดือนสองหรือเดือนยี่ เห็นไหมครับว่าแท้ที่จริงแล้วฮวงจุ้ยก็เป็นเรื่องใกล้ๆตัวเรานั่นเอง...................


    03 May 2007 by admin

    วิชาฮวงจุ้ยเปลี่ยนชีวิตได้แค่ไหน
    มักจะมีคำถามอยู่เสมอว่า วิชาฮวงจุ้ยจะสามารถเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้แค่ไหน จึงอยากจะยกตัวอย่างกรณีศึกษาหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงในสมัยโบราณ มาให้ลองพิจารณากันเอาเอง ซึ่งเป็นเรื่องของฮ่องเต้จูหยวนจาง ผู้ก่อตั้งราชวงศ์หมิงนั่นเอง ซึ่งถ้าใครเคยดูทีวีเรื่องดาบมังกรหยก ก็คงจะพอคุ้นๆชื่อนี้ ที่เป็นลูกน้องของเตียบ่อกี้ พระเอกของเรื่อง ต่อมาสามารถรวบรวมกำลังขับไล่มองโกล แล้วสถาปนาตั้งตัวขึ้นมาเป็นฮ่องเต้ได้ (พ.ศ.1871 – 1941) ซึ่งก็คือปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งราชวงศ์หมิง นั่นเอง

    จูหยวนจาง เป็นผู้หนึ่งที่ได้วิชาฮวงจุ้ยมาพลิกชะตาชีวิตตนเอง จากยาจกพลิกขึ้นมาเป็นฮ่องเต้ได้สำเร็จ โดยได้รับความช่วยเหลือจากปรมาจารย์ หลิวป๋อเวิน ช่วยหาทำเลจุดมังกรของภูเขา มาทำสุสานช่วยเสริมดวงให้กับตนเอง.....

    11 Jan 2007 by admin

    องค์ประกอบในการจัดฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง
    หลักในการดูฮวงจุ้ยที่ถูกต้องนั้น จะต้องประสานองค์ประกอบทั้ง 4 ด้านให้ครบถ้วน จึงจะสามารถได้รับผลดีบรรลุวัตถุประสงค์ในการจัด
    1. ชัยภูมิ (รูปลักษณ์ที่มีผลต่อพลังปราณ)
    2. องศาทิศทาง (สูตรการคำนวณพลังปราณ)
    3. ดวงชะตา (พลังที่ประจุในตัว)
    4. ฤกษ์ยาม (กาลเวลาที่สอดคล้อง)
    ซึ่งแต่ละปัจจัยมีรายละเอียดให้ได้เรียนรู้เป็นพื้นฐานเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

    09 Jan 2007 by admin

    การตรวจสอบฮวงจุ้ยที่อยู่รอบๆตัวของเรา
    พลังของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวของเรา ที่เรียกว่าฮวงจุ้ยนั้น มีอิทธิพลต่อชีวิตของคนเป็นอย่างมาก โดยผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมีอยู่ 2 ระดับ คือ ผลระยะยาว และผลระยะสั้น ซึ่งเกิดจาก.........

    06 Jan 2007 by admin

     

    copyright@2007 by Master Mas Kehardthum
    All contents in this website are exclusively owned by Master Mas.
    info@fengshui100.com